Friday, October 22, 2010

ดานาครบหกขวบแล้ว










ไม่แน่ใจว่าตัวเองไม่มีเวลาหรือไปติด facebook กันแน่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ blog นี้ว่างเว้นการเขียนมานานเดือนมาก หลายคนที่เคยรู้จักหรือติดตามผลงานกัน ก็ไปเจอกัน fb หลายคน บางคนก็ทักทายไปว่าไม่เห็นเขียน blog บางทีก็อ้างว่าตัวเองยุ่ง บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจเขียน

วันนี้วันหยุดปิยมหาราช มีเวลาว่างพอสมควร เด็กๆ ก็ไม่สบายกันทั้งสองคน เจ้าดานาคนโตหนักหน่อย ไอหอบจนไม่มีเวลานอน เมื่อเช้าหมอต้องให้พ่นยาขยายหลอดลมไปรอบหนึ่ง วันนี้กินยาดูถ้าไม่ดีขึ้นตอนเย็นไปพ่นอีกรอบ คืนนี้จะได้นอนหลับสบายหน่อย












เจ้าดานา ตอนนี้ครบ 6 ขวบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา แม่ตั้งใจจะเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่วันครบรอบวันเกิดนั่นแหละ แต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อยๆ จนวันนี้ถึงได้ฤกษ์เขียนซะที

อายุครบ 6 ขวบ เป็นนักเรียนชั้น ป.1 ที่ตัวเล็กที่สุดในห้อง เป็นยัยตัวเล็กฟันเหล็ก แถมเพื่อนในห้องเขาผลัดฟันน้ำนมกันหมดทั้งห้องแล้ว เหลือแต่เจ้าดานายังเป็นฟันเหล็กอยู่ ทำให้โดนเพื่อนล้อบ่อยๆ แต่เจ้านี่เป็นเด็กที่ขยันอ่านหนังสือ คุณครูบอกว่าอ่านได้เก่งกว่าเพื่อนๆ ทุกคนในห้อง นี่คงเป็นผลจากการที่แม่อ่านหนังสือให้เขาฟังตั้งแต่เล็กๆ พอมีน้องแม่อ่านให้น้องฟังเขาก็ฟังมาด้วยกันตลอด ยิ่งเวลาแม่ขับรถ หาเหตุให้เขาไม่เบื่อด้วยการฝึกให้เขาอ่านป้ายข้างทางบ้าง ป้ายทะเบียนรถข้างหน้าบ้าง ทำให้เขาอ่านหนังสือได้เก่งพอสมควร

คนเก่งก็คงไม่เก่งทุกอย่าง ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่ตัวเล็ก ทำให้การใช้กล้ามเนื้อของเขาไม่คล่องตัวเท่าที่ควร เจ้าดานากลายเป็นเด็กที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ช้า การใช้มือ หรือการปีนป่ายต่างๆ สู้เพื่อนๆ ไม่ได้ และเขาเรียนพละได้ไม่ดี ซึ่งแม่ก็พยายามให้กำลังใจเขาตลอด

ด้วยความที่เขาทำอะไรได้ช้า ตอนเที่ยงก็กินข้าวช้ากว่าคนอื่น พอกินข้าวเสร็จเพื่อนๆ ก็ไปเล่นกันหมด ตัวเขาเองไม่อยากเล่น เพราะวิ่งเล่นอย่างเพื่อนๆ ได้ไม่ดี ทำให้เขากลายเป็นเด็กติดห้องสมุด ตัวเล็กแค่นี้ก็เข้าห้องสมุดแล้วค่ะ ไปอ่านหนังสือห้องสมุด แต่แม่กลับไม่อยากให้เป็นเช่นนี้

เมื่อรู้จุดอ่อนของลูก จึงพยายามให้เขาไปเล่นกับเพื่อนๆ พยายามสอนให้เขาอดทนในการวิ่งเล่น พยายามสอนเขาว่า "วันนี้หนูวิ่งไม่ทันเพื่อนก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ยังวิ่งไม่ทันอีก อาทิตย์หน้าหนูวิ่งไม่ทัน แต่ถ้าหนูวิ่งทุกวันเดือนหน้าหนูจะวิ่งทัน" เขาก็เลยพยายามมากขึ้น ตอนเช้าก่อนไปทำงานก็กระซิบบอกเขาเสมอว่าวันนี้ให้วิ่งตามเพื่อนอีกนะ แล้วชูสองนิ้ว "ดานาสู้ๆ"

วันก่อนเขาเล่าให้ฟังว่าสามารถวิ่งทันเพื่อนที่ตัวไล่ๆ กันเขาแล้ว ต่อไปเขาจะวิ่งให้ทันเพื่อนอีกคนหนึ่ง ทำให้เขาดูมีความสุขมากขึ้นทั้งการเล่นและการอ่าน



เพราะแม่อยากให้ลูกเติบโตแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจจ๊ะ




โดย...แม่ห่าน

No comments: