Monday, December 21, 2009

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต





"มิวเซียมสยาม" สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ: National Discovery Museum Institute. แหล่งการเรียนรู้ใหม่ใจกลางเมืองหลวง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงอาคารกระทรวงพานิชย์เดิม ซึ่งอยู่ใกล้ๆ วัดพระแก้ว เป็นสถานที่ที่น่าพาเด็กๆ ไปเที่ยวและศึกษาหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง

แม่ห่านเองได้ยินข่าวคราวของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งแต่เริ่มเปิด แต่ไม่มีโอกาสได้พาเด็กๆ ไปเที่ยว จนกระทั่งได้โอกาสเมื่อวันหยุด 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ทางพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรีเนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ

การเดินทางไปที่นี่สำหรับคนอื่นคงไม่ลำบาก แต่แม่ห่านซึ่งปกติไม่ค่อยขับรถเข้าในเมืองนัก ก็ลำบากซักนิดหนึ่ง อาศัยเครื่อง GPS ติดรถช่วยนำทาง มันก็นำทางได้ดี แต่แม่ห่านเองสายตาไม่ค่อยดี ถึงเวลาเลี้ยวมักจะเลี้ยวไม่ค่อยทัน จึงหลงบ่อยมาก



เริ่มแรกที่เข้าไปจอดรถก็ได้รับรอยยิ้มน่าประทับใจของพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่เชิญให้เข้าไปจอดรถใต้ร่มเงามีหลัง บอกว่ารถจะได้ไม่ร้อน พร้อมกับสอบถามว่าจะเข้าชมนิทรรศการหรือไม่ และให้บัตรจอดรถไปประทับตราด้านใน เพื่อว่าตอนออกมารับรถ

จากนั้นก็แนะนำให้เดินเลียบตัวอาคารเพื่อไปเข้าทางด้านหน้า

ถึงหน้าอาคารมีน้องๆ หน้าตาน่ารักคอยต้อนรับและทักทาย พร้อมกับบัตรห้อยคอทุกๆ คน มีเข้ามาทักทายและหยอกล้อกับเด็กๆ แต่ลูกสาวแม่ห่านเป็นเด็กบ้านนอก ไม่ค่อยกล้าพูดกับใคร

ห้องแรกที่เข้าไปดูเป็นห้อง "เบิกโรง" มีจอภาพขนาดกว้าง และออกแบบได้แปลกตามาก มีการฉายภาพเบื้องต้นของแต่ละนิทรรศการไว้ มีม้านั่งยาวให้นั่งรวมกันเป็นกลุ่ม และปิดไฟมืดสนิท พอเด็กๆ เริ่มกลัวความมืด ก็เริ่มฉายภาพให้เห็น

ถัดจากห้องเบิกโรงเป็น ห้องแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตในอดีต มีร้านของส้มตำไก่ย่างที่เป็นรถเข็นและหาบเร่ มีรถตุ๊กตุ๊ก มีมวยไทย และอีกหลายอย่าง


ถัดไปก็ขึ้นบันไดไปชั้น 3 เพื่อตามหาความเป็นไทย ซึ่งสื่อความหมายด้วยการเรียงความ "คนกบแดง" ระหว่างชั้นบันไดก็มีโมบายตัวการ์ตูนคนกบแดงแขวนไว้ตรงช่องบันได

สัญลักษณ์ตัวคนกบแดงก็เป็นสัญลักษณ์ที่น่ารักพอสมควร เมื่อมาอยู่รวมกันมากๆ มันเหมือนตัวการ์ตูนตลกที่น่ารัก


ผ่านบันไดคนกบแดงขึ้นไปชั้น 3 เป็นการเปิดตำนานสุวรรณภูมิ มีการให้ความหมายและความเป็นมาของตำนานแห่งนี้

รูปแบบการจัดนิทรรศการก็น่าสนใจมาก มีภาพประกอบ และมีการวางแว่นขยายไว้หลายชุด เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่น และเรียนรู้อย่างสนุกสนาน

บางจุดมีจอภาพประกอบ เมื่อกดปุ่มมีพิธีกรมาพูดแนะนำและให้ความรู้ในเรื่องของตำนานสุวรรณภูมิ มีหูฟังให้ลองฟังและเปลี่ยนภาษาได้ด้วย


ห้องถัดมาเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการด้านที่อยู่อาศัยและการค้า มีทั้งประวัติความเป็นมาของการตั้งถิ่นฐาน การเข้ามาค้าขายของชนชาติต่างๆ รายละเอียดของสินค้าที่แต่ละชนชาตินำมาค้าขาย

มีตู้เกมส์ให้เด็กๆ ได้ทดลองเล่นเป็นพ่อค้า การแลกเปลี่ยนสินค้า การแสดงกำไรขาดทุนในการค้าแต่ละครั้ง




ติดๆ กันก็เป็นคำกล่าวทักทายของแต่ละชนชาติ หรือแต่ละเผ่าพันธุ์ โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถกดปุ่มเพื่อรับฟังคำทักทายตามจุดที่ต้องการได้


ถัดมาเป็นลักษณะการตั้งถิ่นฐาน การโยกย้าย และการสู้รบในสมัยอดีต มีให้เล่นตอบคำถาม เกมส์การจัดทัพ และการต่อสู้โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถจับปืนที่มีลักษณะเป็นปืนจริง แล้วเล็งไปยังจุดในจอภาพ เมื่อกดปุ่มยิงตามจุดที่เล็งไปในจอภาพก็จะโดนยิงไปด้วย

เป็นนิทรรศการที่แปลกใหม่จริงๆ




จุดถัดมาเป็นการลงมาที่ชั้นสอง เป็นการแสดงนิทรรศการชนด้านวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ที่มาติดต่อกับชนชาติไทยในสมัยก่อน

นิทรรศการจัดแสดงไว้ในตู้ ซึ่งมีป้ายแสดงแต่ละชาติไว้ เมื่อเปิดตู้จะเห็นด้านในมีเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย หรือหนังสือของชนชาติต่างๆ แสดงไว้






ห้องถัดไปเป็นนิทรรศการเรื่องการใช้ชีวิตของไทย เป็นลักษณะการทำเกษตรกรรม นาข้าว ที่มีการจำลองต้นข้าว การละเล่นบางอย่างไว้

มีหลายอย่างที่เด็กๆ ดูแล้วสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อเหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่เคยไป




ถัดมาเป็นนิทรรศการเรื่องการสื่อสารของไทย ที่เริ่มตั้งแต่สมัยที่ต้องใช้อุปกรณ์สื่อสารสมัยเก่า มีทั้งพิมพ์ดีดโบราณ ไปรษณีไทย และอื่นๆ อีกมากมาย




จากนั้นก็ไปดูนิทรรศการของทีวีไทย ซึ่งสมัยก่อนมีช่อง 4 บางขุนพรหม มีการทดลองให้เด็กๆ ไปยืนอ่านบนแท่นแล้วออกบนจอภาพขาวดำเหมือนทีวีสมัยก่อน




จากนั้นก็เป็นนิทรรศการจำลองชีวิตกลางคืน ที่มีบาร์ มีคาเฟ่ และตู้เพลง

เจ้าเด็กสองคนสนุกกับการกดตู้เพลงเป็นอันมาก เป็นตู้เพลงที่กดแล้วมีเพลงฟังจริงๆ และเป็นเพลงเก่าๆ สมัยที่แม่ห่านยังไม่เกิดด้วยซ้ำ แต่หลายเพลงเป็นจังหวะเต้นรำสนุกสนานมากๆ


ออกจากห้องข้างบนมาก็เป็นนิทรรศการสมัยใหม่ เป็นเรื่องของคอมพิวเตอร์ การแชตออนไลน์ระหว่างบุคคล เรื่องของทีวีต่างๆ

ก่อนจบนิทรรศการก็เป็นตู้แสดงความคิดเห็นสมัยใหม่ ที่ให้เขียนแสดงความคิดเห็นถึงนายกรัฐมนตรี และสามารถขึ้นบนจอได้

สรุปได้ว่า "มิวเซียมสยาม" ซึ่งอีกชื่อหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันว่า "พิพิธเพลิน" เข้าไปแล้วเพลินจริงๆ ไม่น่าเบื่อเหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่เคยไปดูไปเยี่ยมชมมา

มีโอกาสคราวหน้าจะกลับมาอีก หรือถ้าใครสนใจลองเข้าเวบไซต์ดูก็ได้ตามนี้ http://www.ndmi.or.th/











โดย...แม่ห่าน

































1 comment:

gps ติดรถ said...

ตัวอักษรเล็กไปนิดนึ่งครับ อ่านไม่ค่อยได้