Wednesday, November 18, 2009

แกงคั่วเห็ดแครง









มารู้จักเห็ดแครงกันก่อนค่ะ "เห็ดแครง หรือ เห็ดตีนตุ๊กแก เห็ดจิก เห็ดยาง (ภาคใต้) เห็ดแก้น เห็ดตามอม (ภาคเหนือ) เห็ดมะม่วง (ภาคกลาง)" เห็ดแครงเป็นเห็ดขนาดเล็กมีลักษณะคล้ายพัด (fan-shaped) ด้านฐานมีก้านขนาดสั้นๆ ยาวประมาณ 0.1- 0.5 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านติดอยู่กับวัสดุที่ขึ้นด้านข้าง ดอกเห็ดมีขนาดความกว้าง ประมาณ 1-3 เซนติเมตร ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมทั่วไป ลักษณะดอกเหนียวและแข็งแรง เมื่อแห้งด้านใต้ของดอกเห็ดมีครีบมีลักษณะแตกเป็นร่อง (spilt-gill) พิมพ์สปอร์มีสีขาว สปอร์มีสีใสรูปร่างเป็นทรงกระบอกขนาด 3-4x1-1.5 ไมครอน เนื่องจากเห็ดแครงมีขึ้นอยู่ทั่วโลก ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ลักษณะดอกเห็ดอาจแตกต่าง





สมัยเด็กๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวแม่ห่านเคยทำสวนยางพารา ต้นหน้าฝนก็จะมีเห็ดแครงขึ้นตามขอนไม้ยางพารา แม่ก็จะเก็บมาแกงเผ็ดกับกุ้งกิน ตอนนั้นไม่รู้สึกว่าอร่อยซักเท่าใด เพราะมีให้กินกันบ่อยๆ แต่เมื่อต้อง ออกมาอยู่ในเมือง และไม่ได้เจอกับอาหารพื้นบ้านแบบนั้นก็รู้สึกคิดถึงและอยากกินขึ้นมาจับใจ

เมื่อเห็นแม่ค้าขายผักผลไม้จากแดนใต้ที่มาวางขายหน้าหมู่บ้าน มีเจ้าเห็นแครงนี้ขายอยู่ด้วย ถุงนิดเดียวเอง 70 บาท แต่ด้วยความคิดถึงรสชาติ และคิดถึงความเป็นมาเก่าๆ แม่ห่านไม่ลังเลที่จะหยิบขึ้นมาจ่ายตังค์ แล้วกลับบ้านด้วยหัวใจที่เหาะกลับไปถึงบ้านเดิมแล้ว


ถุงเล็กๆ ที่ซื้อมา 2 ถุงๆ ละ 20 กรัม กลับมาก็แช่น้ำทิ้งไว้ เพราะเป็นเห็ดที่อบแห้ง ไม่ใช่เห็ดสดๆ ที่มีขายทั่วไปเหมือนที่บ้านต่างจังหวัด


แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างให้สะอาด เลือกดอกที่ไม่ดีออกไป แล้วใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ




มาดูส่วนประกอบอื่นๆ กันนะคะ
1. เห็ดแครง 200 กรัม
2. พริกแกงเผ็ดใต้ 2 ขีด
3. กุ้งสด 200 กรัม
4. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
5. กะทิ 1 1/2 ถ้วย
6. น้ำตาล น้ำปลา พอประมาณ


วิธีทำ เหมือนแกงคั่วทั่วไป
1. ล้างกุ้งปอกเปลือกผ่าหลังเอาขี้ออกพักไว้
2. ตั้งกะทิให้เดือดแล้วผัดพริกแกงกับกะปิให้หอม ใส่เห็ดแครงลงไป คนให้เข้ากับน้ำพริกแล้วปิดฝาให้เดือดประมาณ 10 นาที
3. เติมหางกะทิ เติมน้ำปลา น้ำตาล ชิมรสชาดให้กลมกล่อม
4. ใส่กุ้ง ปิดฝาให้เดือดอีกครั้ง แล้วยกลง


กินกับข้าวสวนร้อนๆ เข้ากันมาก



โดย...แม่ห่าน





No comments: