Wednesday, November 11, 2009

ดูหมีแพนด้ากับน้องดานาและดีนีย์











เริ่มหน้าหนาวปีนี้ พาเด็กๆ ไปเที่ยวเชียงใหม่ ไปดูหมีแพนด้า หมีกับเด็กๆ บ้านไหนที่มีเด็กๆ จะรู้ดีว่าแค่เห็นในทีวีไม่พอ เด็กๆ จะเรียกร้องอยากดูหมีตัวเป็นๆ ตัวจริงๆ

เด็กๆ บ้านนี้ก็เรียกร้องกันมาตั้งแต่เจ้าหลินปิงเพิ่งคลอดและยังไม่มีชื่อเรียก เห็นในทีวีทีไรก็เรียกร้องอยากดูหมีแพนด้าตัวเป็นๆ จนแม่ต้องนั่งหน้าจอใช้ความพยายามในการจองตั๋วแอร์เอเชีย ตอนที่ลดราคาเยอะๆ และไปเดินตามงานท่องเที่ยวเพื่อซื้อคูปองเช่ารถไว้ ตอนแรกก็จะเดินทางช่วงปิดเทอม แต่พ่อของเด็กๆ มีเวลาว่างไม่ค่อยตรงกับครอบครัว การเดินทางครั้งนี้จึงสรุปกันที่ 6-8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา





เที่ยวบินแรกของวัน ออกจากสุวรรณภูมิ 6 โมงกว่า จึงต้องออกจากบ้านกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปให้ถึงสุวรรณภูมิทันก่อนปิดเคาร์เตอร์เช็คอิน ซึ่งก็ลืมไปว่าเวลานั้นปกติรถราก็ไม่ติด จึงต้องไปรอที่สนามบินเกือบชั่วโมง แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะได้ถือโอกาสละหมาดที่สนามบินให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง และไปถึงเชียงใหม่ 7 โมงกว่า รอรับกระเป๋า เสร็จแล้วไปดำเนินการเรื่องรถที่ติดต่อเช่าไว้ คราวนี้เป็นซีวิคสีควันบุหรี่ รถดีพอสมควร


เสร็จภาระกิจเรื่องรถเช่าก็กลับไปที่โรงแรม พักกันที่โรงแรมอัล-ฟารูค เป็นโรงแรมเล็กๆ เจ้าของเป็นมุสลิม ราคาก็ไม่แพงคืนละ 460 บาท ไม่รวมอาหารเช้า ถ้ารวมอาหารเช้า 600 บาท ตอนแรกตั้งใจจะเปิดห้องรวมอาหารเช้า แต่เนื่องจากพัก 5 คน เป็นผู้ใหญ่ 3 เด็ก 2 ทางโรงแรมขอคิดราคาอาหารเช้าเพิ่มอีก 1 คน แม่ห่านต่อรองให้แถมเพราะ 2 คนที่เป็นเด็กก็ไม่ได้ทานอะไรเยอะแยะ แต่ทางโรงแรมไม่ยอม ก็เลยไม่รวมอาหารเช้า เพราะแถวนั้นก็มีร้านอาหารเยอะพอสมควร


อาบน้ำอาบท่ากันเสร็จก็ออกเดินทางขึ้นดอยปุย ด้วยความง่วงที่ต้องตื่นนอนกันตั้งแต่เช้า ประกอบกับเส้นทางคดเคี้ยว ทำให้ลูกทัวร์หลับในรถกันเป็นแถว ไปถึงหมู่บ้านม้งบนดอยปุย เด็กๆ งัวเงียไม่อยากลุกมาเดิน จึงปล่อยให้นอนในรถกับพ่อ แม่ออกมาเดินเล่นดูของขายในหมู่บ้าน และเข้าไปถ่ายรูปในสวนดอกไม้


ขึ้นไปอีกนิดเป็นส่วนของอุทยาน เด็กๆ เริ่มตื่นและออกมาวิ่งเล่นสูดอากาศสดชื่นบนดอยกันได้แล้ว อากาศดี ดอกไม้สวย เด็กๆ สนุกสนานกันพอสมควร คราวนี้ถึงเวลาจะลงจากดอยเด็กๆ เริ่มไม่อยากจะลง ต้องใช้แพนด้าเป็นตัวล่อให้เกิดความสนใจอยากลงจากดอย





"สวนสัตว์เชียงใหม่" แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่กล่าวถึงจากเด็กๆ ใน พ.ศ. นี้ ค่าผ่านประตูในการเข้าเที่ยวสวนสัตว์ก็ได้ราคาต่ำกว่าทั่วไปพอสมควร ได้อานิสงจากที่สนิทสนมกับบริษัททัวร์ ทำให้สามารถซื้อตั๋วรวมในการเข้าเที่ยวชมสวนสัตว์ทั้งหมด 5 คน 590 บาท จากราคาปกติผู้ใหญ่คนละ 250 เด็ก 130 บาท




สวนสัตว์เชียงใหม่ยุคปรับปรุงใหม่ มีอุโมงปลาที่ยาวที่สุดในเอเชีย เขาว่าอย่างนั้น แต่จริงๆ ก็ดูดีกว่าอุโมงปลาของฮ่องกงซะอีก ใช้เวลาอยู่ในอุโมงปลาเกือบชั่วโมงทีเดียว กว่าจะดูครบทั้งหมด




จากนั้นก็เป็นไฮไลท์ที่สำคัญ คือการเข้าไปดูพื้นที่จัดแสดงของหมีแพนด้า ช่วงที่เข้าไปก็เป็นช่วงที่หมียังนอนหลับอยู่ เจ้าหน้าที่บอกว่าจะตื่นตอนบ่าย 3 โมง เลยต้องเดินไปเดินมาเพื่อรอเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ได้ดูช่วงๆ กับหลินฮุ่ย ส่วนเจ้าหลินปิงเขายังไม่ปล่อยออกมาให้ดูผ่านจอเท่านั้น

ท่านอนของหมีก็เป็นที่ถูกใจของเด็กๆ มาก นอนหลับท่าแปลกๆ และเวลาบ่าย 3 โมงเป๊ะ เจ้าช่วงช่วง ก็ตื่นขึ้นมาทันที ตื่นแล้วก็ลงมากินอาหารที่เจ้าหน้าที่เขาจัดเตรียมไว้ ก่อนจะเดินสะบัดตูดขึ้นไปข้างบน ซักพักหลินฮุ่ยก็ตื่น เป็นช่วงที่เด็กๆ เฮฮากันมาก เจ้าแพนด้าน่ารักจริงๆ



จากสวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งใจจะไปไนท์ซาฟารีต่อ แต่เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวก็แวะเที่ยวสวนราชพฤกษ์ ที่เป็นพื้นที่จัดงานพืชสวนโลก สวน พรรณไม้ และอาคารต่างๆ ยังสวยงามดีอยู่ แต่คิดว่าเป็นโอกาสดีกว่าตรงที่สามารถถ่ายรูปได้เต็มที่โดยที่ไม่เห็นคนเยอะๆ อย่างตอนเทศกาลงานพืชสวนโลก

รถรางนำชมพื้นที่ก็ยังมีให้บริการ เสียดายถ้าไปช่วงเช้าๆ หน่อยคงถ่ายรูปได้สวยมาก และถ้ามีเวลามากกว่านี้ ต้องนั่งรถชมสวน 1 รอบก่อน แล้วค่อยเดินถ่ายรูปตามจุดที่สนใจ แต่จริงๆ น่าสนใจทุกจุด ทุกสวน




ได้เดินเที่ยวไม่หมด เพราะเวลาเย็นแล้ว และขากลับก็ไม่ทันรถรางเที่ยวสุดท้าย ทำให้ต้องเดินออกมาเอง เจ้าดานารองเท้ากัด จนต้องถอดรองเท้าเดิน บางช่วงต้องขี่หลังแม่อย่างที่เห็นนั่นแหละ




ออกจากสวนราชพฤกษ์ก็เข้าไปเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีต่อ ที่นี่เริ่มเปิดให้ชมรอบแรกเวลาหนึ่งทุ่ม ที่นี่แม่ห่านก็ได้อานิสงราคาถูกจากบริษัททัวร์อีกเช่นเดิม ก่อนถึงเวลานำชมสัตว์ในสวนที่มีช้างแสนรู้เชือกหนึ่งชื่อ"น้ำหวาน" เป็นลูกช้างที่น่ารักและเชื่อฟังคำสั่งดี ซื้อกล้วยเลี้ยงช้างไปยี่สิบบาท ก่อนนั่งรถเข้าชมในสวน สัตว์ไม่เยอะเท่าไหร่ สวนสัตว์เขาเขียวน่าดูกว่าเยอะ เด็กๆ ก็หลับคารถเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน



เช้าวันที่เริ่มต้นอาหารเช้ากันที่ร้านน้ำชาหน้าโรงแรม มีอาหารเหนือให้เลือกหลายชนิด เด็กๆ เลือกโรตี จิ้มนมข้น ก็เลยสั่งโอวัลตินร้อนๆ มาให้เพิ่ม ของพ่อกับแม่เป็นชาระมิงร้อนๆ ใส่นมข้น หอมอร่อยดีค่ะ


เสร็จจากอาหารเช้า มุ่งหน้าขึ้นดอยอินทนนท์ จุดที่สูงที่สุดในประเทศไทย ขึ้นไปพักผ่อนถ่ายรูปวิว รูปดอกไม้ ขากลับเด็กๆ เมารถกันพอสมควร




ต้องแวะรายทางกันหลายรอบ เล่นน้ำแก้เมารถกันตามน้ำตกเล็กๆ ริมทาง พอหายเหนื่อยหายเมาค่อยเดินทางต่อ


แวะซื้อผักผลไม้จากหมู่บ้านชาวเขา แม่ห่านได้ผักมาหลายอย่าง แต่ที่เสียดายก็คือไม่ได้ซื้อพวกผลไม้แห้งมาด้วย ความคิด ณ ขณะนั้นคิดว่ากลุ่มผลไม้แห้งข้างล่างน่าจะถูกว่าบนดอย จึงไม่ซื้อ แต่พอเดินดูร้านขายของฝากของที่ระลึกแถวๆ ไนท์บาซ่า กลับเจอผลไม้แห้งที่แพงกว่าบนดอย น่าเสียดายจริงๆ ไม่งั้นจะมาทำเค้กผลไม้ให้อร่อยไปเลย





ลงจากดอยมาตอนเย็นๆ วันนี้ไม่เหนื่อยมาก และมีเวลาพักหน่อย เย็นๆ ไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน มีของหลายแปลกๆ และราคาไม่แพง แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเหมือนกัน เด็กๆ เดินจนเหนื่อย ตอนแรกก็พาไปเดินไนท์บาซ่าต่อ แต่ดูท่าทางแล้วคงไม่ไหว จึงกลับไปส่งที่โรงแรม ให้เข้านอนกับป้า พ่อกับแม่แอบไปเที่ยวไนท์บาซ่ากันต่อ




เชียงใหม่ไนท์บาซ่าก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เดินดูจนเหนื่อยก็ไม่มีอะไรถูกใจ ซื้อผลไม้แห้งที่แพงกว่าบนดอยมาเล็กน้อย เดินๆ ก็เจอร้านสปาที่แปลกกว่าที่อื่นก็คือใช้ปลาเป็นตัวนวดเท้า ชื่อ Fish Spa แปลกดีเหมือนกันค่ะ





วันสุดท้ายของทริปนี้ ตั้งใจจะพาเด็กๆ ไปบ่อสร้าง เพื่อวาดรูปบนร่ม แต่จะไปตั้งแต่เช้าก็กลัวจะเบื่อกันซะก่อน จึงเลยไปน้ำพุร้อนสันกำแพง


นั่งแช่เท้าในน้ำร้อนให้ผ่อนคลายหลังจากที่เดินเหนื่อยมาหลายวัน



ออกจากน้ำพุร้อน ก็แวะที่บ่อสร้าง หมู่บ้านทำร่มกระดาษ ที่นี่ไปซื้อร่มเปล่ามาคนละคัน แล้วไปให้ช่างสอนวาดรูปบนร่มให้ สองสาวรีเควสรูปแพนด้า ช่างก็ร่างรูปไว้ให้ก่อน แล้วให้สองสาวระบายสีเอง ใช้เวลากันพอสมควร ระบายเสร็จก็ตากให้สีแห้งระหว่างรอก็ไปเดินเที่ยวเล่นร้านรวงต่างๆ กลับมารับพร้อมจ่ายเงินค่าร่ม 45 บาท ค่าสีคนละ 50 บาท (แล้วแต่จะให้)


ถึงเวลากลับบ้านกันแล้ว ไปสนามบิน คืนรถ เช็คอิน ขึ้นเครื่อง เจ้าดีนีย์น้องเล็ก หลับตั้งแต่สนามบินขึ้นเครื่อง มาปลุกให้ตื่นตอนลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ ส่วนเจ้าดานานั่งอ่านหนังสือและวาดรูปจนเมาเครื่องต้องอ้วก 1 รอบ ก่อนเครื่องลง

กลับถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ จบการเดินทางทริปนี้



โดย...แม่ห่าน







































































ปิด

No comments: