Thursday, October 29, 2009

ซาลาเปาไส้ถั่วแดง










วันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ฝนตกตั้งแต่เช้าตรู่ ตื่นมาก็ออกไปไหนไม่ได้ จะทำอะไรก็รู้สึกขี้เกียจ จึงชวนลูกๆ ทำซาลาเปาไส้ถั่วกันดีกว่า เพราะมีวัตถุดิบพร้อม โดยใช้สูตร ม.เกษตร ที่คุณตุ๊ก "แครอทอร่อยนำไปสาธิตในงาน Cooking & Baking ของชาวก้นครัว แม่ห่านอุตส่าไปนั่งหัดจีบกับเขา เพราะอยากทำซาลาเปาเป็นกะเขามั่ง

ซาลาเปาเป็นขนมที่ทำง่าย และอร่อย ถ้าได้สูตร และทำไส้ดี ดี วันนี้แม่ห่านก็ทำไส้ถั่ว เพราะเด็กๆ ที่บ้านชอบไส้นี้กันมากกว่าไส้เค็ม

ส่วนผสมสำหรับคนที่ต้องการทำแบบน้อยๆ ถ้าจะทำเยอะก็เพิ่มสูตรไปได้เลย สูตรนี้ได้ซาลาเปาลูกเล็กๆ 15 ลูก มีส่วนผสมดังนี้


ส่วนที่ 1 แป้งส่วนที่ 1 ( ตัวสปันจ์ )
- แป้งเค้กบัวแดง 95 กรัม
- ยีสต์ 2.5 กรัม
- น้ำตาลทราย 2.5กรัม
- น้ำ 1/4 ถ้วยตวง


แป้งส่วนที่ 2
- แป้งสาลีขาวพิเศษตรากิเลนเหลือง 38 กรัม
- น้ำ 10 กรัม
- ผงฟู 1/2 ชช.
- น้ำตาลทราย 25 กรัม
- เกลือ 1/4 ชช.
- น้ำมันพืช 13 กรัม

ส่วนที่ 3 ส่วนผสมไส้ถั่ว
- ถั่วดำ 500 กรัม
- น้ำตาล 150 กรัม
- เกลือ 1 ชช


วิธีทำไส้ถั่ว
1.เริ่มทำส่วนที่ 3 ก็คือไส้ถั่วก่อน โดยใช้ถั่วดำ/ถั่วแดง แช่น้ำให้นิ่ม แล้วนำไปต้มจนนิ่มดี สามารถใช้ช้อนคนจนเละได้
2. เติมน้ำตาลและเกลือ แล้วกวนจนแห้ง
3. พักให้เย็น แล้วปั้นเป็นก้อนๆ พักรอไว้

วิธีทำส่วนแป้ง
1. ร่อนแป้งในส่วนที่ 1 แล้วผสมส่วนผสมทุกอย่างในชามแล้วนวดพอเข้ากันดี
2. พักแป้งไว้จนขึ้นเป็น 2 เท่า วันที่ทำนี้ฝนตก อากาศหนาวหน่อย แม่ห่านใช้วิธีเทน้ำร้อนใส่ถ้วยแก้ว แล้ววางชามแป้งไว้ด้านบน พักไว้ในเตาอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ได้แล้ว
3. เมื่อพักโดว์ได้ที่นำออกมาฉีกดูเนื้อแป้งจะหยาบ และมีไย ให้ผสมไปผสมกับส่วนผสมที่ 2 แล้วนวดให้เข้ากันจนเนียน และสามารถขึงเป็นแผ่นฟิล์มได้
4. ตัดแป้งเป็นก้อนเท่าๆ กัน ก้อนละ 18 กรัม ได้ 15 ก้อน


5. รีดแป้งให้บางขนาดพอดี
6. จับแป้งไว้ในอุ้งมือ แล้ววางไส้ลงในแผ่นแป้ง แล้วจับจีบรอบ หรือจะพับม้วนให้พอดี

7. พักแป้งไว้ให้ขึ้นเป็น 2 เท่า แล้วนึ่งนาน 10 นาที





ออกมาหน้าหน้าขาวจั๊ว อย่างนี้แหละ





โดย...แม่ห่าน

Thursday, October 22, 2009

ร้านขายน้ำ









บ้านนี้มีแม่ค้า 2 คน เป็นแม่ค้าที่ขายอาหารชนิดเดียวกัน ทำอาหารเหมือนๆ กัน และจะต้องขายลูกค้ากลุ่มเดียวกันคือ พ่อ แม่ และป้า ทุกวันจะมีอาหารที่ซ้ำอย่างเดิม ลูกค้าจะไม่ซื้อก็ไม่ได้ ราคาก็ต่อรองไม่ได้ ติดไว้ตามป้ายอย่างนี้แหละ

เป็นลูกสาวแม่ห่านเองค่ะ ทั้งสองสาวอยากเป็นแม่ค้ามากๆ คนโตเรียนอนุบาล 3 ฝีมือเขียนกระดานราคาสินค้าเป็นของเจ้าคนโต ส่วนคนเล็กยังอ่านและเขียนไม่คล่อง แต่อาศัยลูกอ้อนต้องขายสินค้าให้ได้เหมือนพี่ทุกอย่าง แม่จะไม่ซื้อก็ไม่ได้

เวลาแม่ทำอาหาร หรือทำขนมก็ชอบไปเลียบๆ เคียงๆ บางครั้งแม่ก็ให้เขาช่วยทำหลายๆ อย่าง เช่น หั่นผัก ปอกผลไม้ หรือตำของเล็กๆ น้อย ถ้าทำขนมก็จะร่อนแป้งบ้าง ตีไข่บ้าง เขาจะชอบมาก แม่ก็ได้ทำขนมด้วย สอนลูกไปด้วย ทำกิจกรรมร่วมกัน และเขาก็เริ่มที่จะชอบการทำอาหาร ทำกับข้าวอยู่เหมือนกัน ฝึกๆ ไว้ลูก โตขึ้นจะได้ทำอาหารเป็น ไม่ต้องเหมือนแม่ แม่เพิ่งมาหัดทำเอาตอนนี้ เสียดายเวลาที่ผ่านมาเหมือนกันนะลูก


โดย...แม่ห่าน

Wednesday, October 21, 2009

ข้าวต้มใบกะพ้อ...ขนมในงานบุญของชาวใต้







"ข้าวต้มใบกะพ้อ" เป็นขนมของชาวปักษ์ใต้ นิยมทำกันในช่วงงานบุญต่างๆ ถ้าเป็นชาวพุทธก็จะนิยมทำกันในช่วงออกพรรษา หรือไม่ก็ช่วงงานชักพระ ลากพระทั้งหลาย ชาวบ้านก็จะทำขนมต้มไปใส่บาตร หรือไปถวายพระ

ชาวมุสลิมก็จะทำกันในวันออกอีด หรือวันฮารีรายอ ชาวมุสลิมบางจังหวัด บางชุมชน จะทำต้มกันทุกบ้าน แต่ก็จะทำใส่โน่นบ้างใส่นี้บ้างตามแต่จะบรรจงแต่งกันไป นอกจากจะนำไปมัสยิดแล้วก็ไปฝากเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านก็จะนำของตัวเองที่ทำไว้ใส่กลับมาให้เราต่อ

ช่วงเวลาที่กลับไปเยี่ยมบ้าน ในช่วงวันออกอีด ซึ่งเป็นวันรวมญาติพี่น้อง ญาติๆ ก็จะนั่งล้อมวงช่วยกันห่อต้ม เป็นบรรยากาศที่น่ารักมากๆ ตั้งแต่เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ แม่ห่านไม่เคยทำขนมนี้เองซักที ส่วนหนึ่งเพราะหาใบกะพ้อไม่ได้

คราวนี้แม่ห่านได้ใบกะพ้อมาจากเกาะกูด หลังจากที่ไปสัมมนาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาก็ลองทำดู

วัตถุดิบที่ใช้ประกอบด้วย
1. ยอดกะพ้อ
2. ข้าวสารเหนียว 1/2 กก.
3. ถั่วดำ/ถั่วแดง 100 กรัม
4. น้ำกะทิ 1/2 กก.
5. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ



วิธีทำ
1. ข้าวสารเหนียวและถั่วดำแช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชม. และพักให้สะเด็ดน้ำ
2. ต้มถั่วดำให้สุก แล้วผัดข้าวเหนียวด้วยน้ำกะทิ โดยใส่น้ำกะทิพอท่วมข้าวเหนียวใส่เกลือ ผัดจนแห้งแล้วใส่ถั่วลงไป แม่ห่านทำพลาดในจุดนี้ค่ะ ผัดข้าวเหนียวไปพร้อมกับถั่วดำ ทำให้ข้าวเหนียวที่ได้สีไม่สวย ออกทำไปเลยและต้องใช้เวลานึ่งนานในตอนหลัง
3. ผัดข้าวเหนียวจนแห้งแล้วพักไว้


ขั้นตอนการห่อให้ดูภาพประกอบ (หรือใครอ่านแล้วอยากทราบวิธีที่ละเอียดเพิ่มเติมให้คลิกที่ชื่อเรื่องจะ link ไปดูวิธีการทำที่ละเอียดขึ้น)
1. ให้คลี่ใบกะพ้อออกแล้วม้วนตรงปลายให้เป็นรูปกรวย
2. ตักข้าวเหนียวใส่แล้วอัดให้แน่น
3. พันใบกะพ้อให้รอบ แล้วพันทบอีกรอบ (ตามภาพ)
4. สอดปลายใบลงไปในส่วนแหลมของต้ม

5.ม้วนส่วนปลายแล้วผูกให้เป็นปม ตัดปลายให้เรียบร้อย ทำทีละลูกจนกว่าจะหมด

6. นำไปนึ่งด้วยไฟกลางจนสุก
แม่ห่านใช้เวลานึ่งประมาณ 1 ชม. เนื่องจากไม่ได้ต้มถั่วให้สุกก่อน

เวลากินก็ดึงมุมด้านขวาออก แล้วม้วนในส่วนที่พันไว้ออกแบบง่ายดาย จิ้มกับน้ำตาลทรายสีรำ หรือนมข้นหวาน อร่อยและอ้วนได้ในบัดดล











โดย...แม่ห่าน

Tuesday, October 20, 2009

เกาะกูด หน้ามรสุม ความสุขที่ไม่ลืมเลือน








เพิ่งไปเที่ยวเกาะกูดมาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่หายเหนื่อยเลย เป็นการเที่ยวพร้อมสัมมนาประจำปีของที่ทำงาน ปีนี้ไปเที่ยวทะเลตอนแรกน้องๆ อยากไปเที่ยวกระบี่ แต่ต้องเสียเวลาเดินทางอีกหลายชั่วโมง ถ้าไปเครื่องจะเปลืองงบประมาณเกินไป สรุปว่าไปตกลงได้ที่เกาะกูด จ.ตราด สถานที่ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ มากนัก ใช้เวลาเดินทางกับเรือเร็วชั่วโมงกว่าๆ คุ้มกับการเดินทางจริงๆ


ออกเดินทางกันหลังฝนตก หลายเสียงต่างเป็นห่วงการเดินทางหน้ามรสุมแบบนี้ แต่เราไม่ยั่นค่ะ ยังไงก็จะไป เช้าวันที่ออกเดินทิ้งฟ้ามืดๆ ไว้ข้างหลัง ขึ้นเรือเร็วที่ท่าเรือด่านเก่า หรือร้านอาหารครัวด่านเก่า ซึ่งเป็นร้านเดียวกับรีสอร์ทที่เราจะไปพักในครั้งนี้ ก็คือ "เกาะกูดคาบาน่า"



เกาะกูดคาบาน่า เป็นรีสอร์ทค่อนข้างเก่า กลุ่มของเราไปกัน 80 กว่าชีวิต เกือบจะปิดรีสอร์ทพัก มีแค่ลูกค้าที่เขารับไว้ล่วงหน้าเพียง 6 ห้อง นอกนั้นเป็นของเราทั้งหมด บรรยากาศในรีสอร์ทสวยงามพอสมควร แต่ห้องพักเก่าไปมาก แถมตุ๊กแกก็เยอะด้วย อาหารก็ไม่อร่อย

แต่ส่วนอื่นๆ สวยงามมาก มีชายหาดที่สวยงาม และเป็นส่วนตัว สามารถทำกิจได้สบายมากๆ


จุดดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น ที่เกาะหินยักษ์ ก็มีปะการังสมบูรณ์ สวยงามไม่แพ้ทางใต้ทีเดียว สมชื่ออันดามันแห่งทะเลตะวันออก




บรรยากาศยามเช้าหน้ารีสอร์ท ที่มีแก่งหินน้ำเซาะทราย ชายหาดสีขาว น้ำใส ทำเอาไม่อยากไปไหน อยากหยุดเวลาไว้ ณ จุดนี้ เวลานี้



มาเกาะคราวนี้นอกจากเล่นน้ำทะเลแล้วยังได้เล่นน้ำตกอีกด้วย "น้ำตกคลองเจ้า" เป็นน้ำตกที่สวยงามบนเกาะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของเกาะด้วย นอกจากเล่นน้ำแล้วยังมีการทำที่โหนให้คนใจถึงประลองความกล้าอีกด้วย


แม่ห่านขึ้นไปกระโดด 2 รอบค่ะ รอบแรกลงมาท่าไม่สวย ขอแก้ตัวใหม่ คิดถึงวัยเด็กจริงๆ ตอนเด็กๆ เล่นน้ำคลองก็ขึ้นต้นไม้ไปกระโดดอย่างนี้แหละ




3 วัน 2 คืน ที่เกาะกูด สนุกไม่รู้ลืม


โดย...แม่ห่าน







Thursday, October 15, 2009

Ultraman Max









อุลตร้าแมน เป็นตำนานตัวการ์ตูนจากละครยอดฮิตของญี่ปุ่น ที่เป็นที่ชื่นชอบกันตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก แม้จะมีการ์ตูนใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ แต่อุลตร้าแมนก็ยังครองใจเด็กๆ ได้เสมอ

งาน Kid of the World ซึ่งจัดที่เมืองทองเป็นประจำทุกปี ปีนี้ได้นำตัวละครอุลตร้าแมนมาโชว์ตัว ทำให้เด็กๆ แห่เข้าไปชมกันเยอะแยะ เจ้าดานากับดีนีย์ของแม่ห่าน ไม่ได้ติดตามอุลตราแมนกับเขาหรอก แต่ก็เห่อขอไปดูกับเขาด้วย



ปกติก็ไปเที่ยวงานแบบนี้อยู่บ่อยๆ ปีนี้ยอมจ่ายตังค์ให้เขาดูอุลตราแมนหน่อย ลูกจะได้มีเรื่องคุยกับเพื่อนๆ ได้บ้าง


โดย...แม่ห่าน

Wednesday, October 14, 2009

นาซิดาแฆ









"นาซิดาแฆ" เป็นชื่ออาหารพื้นเมืองของชาวปัตตานี ยะลา นราธิวาส "นาซิ" หมายถึงข้าว "นาแฆ" หรือ "ดาฆัง" หมายถึงผู้มาจากแดนไกล ความหมายรวมๆ อาจจะหมายถึงอาหารเลี้ยงต้อนรับผู้มาเยือน

นาซิดาแฆ เป็นข้าวมันชนิดหนึ่งที่นิยมทำเป็นอาหารเลี้ยงในงานบุญต่างๆ แต่ปัจจุบันมีขายทั่วไปเป็นอาหารเช้า และมีขายกันเฉพาะแถบ 3 จังหวัดภาคใต้ ถ้าเป็นจังหวัดอื่น ก็จะเป็นข้าวมันแบบแกงสูตรอื่นๆ อีก

สมัยที่แม่ห่านยังเป็นนักเรียน และได้ไปเรียนที่ปัตตานี นาซิดาแฆ เป็นอาหารเช้าที่ชื่นชอบของบรรดานักเรียน นักศึกษา เพราะราคาห่อละ 3 บาท กินแล้วอิ่มไปถึงเที่ยง หลังจากจบการศึกษาจากสถาบันในจังหวัดปัตตานี แม่ห่านมีโอกาสกลับไปเยี่ยมปัตตานีอีกครั้งเมื่อปี 51 ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้ไม่มีโอกาสได้ออกไปลองตระเวณหาร้านอาหารอร่อยๆ ในปัตตานี แต่ก็ได้ชิมนาซิดาแฆที่จัดเป็นอาหารเช้าในโรงแรมซึ่งอร่อยพอๆ กันและมีแกงให้เลือกหลายแกงด้วย

นาซิดาแฆ มีวิธีทำที่หลายขั้นตอน และมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้
1. ส่วนของข้าวมัน ประกอบด้วย
-ข้าวสวย 3 ถ้วย
-ข้าวเหนียว 1 ถ้วย
-หัวกะทิ 2 ถ้วย
-ยี่หร่า 1 ช้อนโต๊ะ
-เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
-ลูกซัด 1 ช้อนโต๊ะ (แม่ห่านไม่ได้ใส่เพราะหาไม่ได้)
-ขิงซอย 1 ขีด
-หอมแดงซอย 1 ขีด
2.ซามา สำหรับโรยหน้าประกอบด้วย
-ไก่หยองกรอบ 1 ถ้วย (ใช้เนื้อปลาทูต้ม 1 ตัว หรือ กุ้งสด 2 ขีด หรือเนื้อกรอบ ปลากรอบก็ได้)
-มะพร้าวคั่ว 4 ช้อนโต๊ะ
-หอมแดง 5 หัว
-กระเทียม 5 กลีบ
-ตะใคร้หั่นฝอย 3 ต้น
-น้ำตาลแว่น 1 แว่น หรือน้ำตาลปี๊บ ในจำนวนที่เท่ากัน
-ข้าวเหนียวคั่ว สำหรับโรยหน้า (แม่ห่านไม่ได้ใส่)
3. แกงปลา/แกงไก่/แกงเนื้อ/แกงกุ้งทำแกงน้ำขลุกขลิก


วิธีทำข้าวมัน
1. แช่ข้าวสารทั้งสองชนิดไว้ 8 ชั่วโมง หรือค้างคืนไว้ เทใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำไปนึ่ง
2. ผสมหัวกะทิ 1 ถ้วย กับลูกซัดและยี่หร่า ซึ่งแม่ห่านใส่เฉพาะยี่หร่าไว้ พอข้าวเริ่มสุกให้ราดน้ำกะทิบนข้าวแล้วคนให้เข้ากันดี นึ่งต่อจนสุกดี
3. ผสมขิงซอยกับหอมแดงซอยในหัวกะทิ 1 ถ้วย แล้วเติมเกลือ น้ำตาล ให้เข้มข้น กลมกล่อม
4. พอข้าวสุกดีให้ยกลงแล้วรีบราดน้ำกะทิในข้าวแล้วคนให้เข้ากันเหมือนการมูลข้าวเหนียว แล้วปิดฝาไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้น้ำกะทิกับข้าวเหนียวเข้ากันดี

ได้ข้าวมันเรียบร้อยแล้วพักไว้



มาทำซามากันต่อ ปกติซามาเขาจะใช้เป็นเนื้อกุ้ง หรือปลาทูต้ม ที่ปัตตานีเขาจะมีเฉพาะซามาขายเป็นขีดๆ สามารถซื้อมาทานกับข้าวมันต่างๆ ได้ทันที แต่ที่นี่ไม่มีต้องทำกันอย่างนี้
1. ตะใคร้ล้างแล้วซอยละเอียด
2. หอมแดงปอกแล้วล้างให้สะอาด
3. ตำส่วนผสมทั้งหมดให้แหลก แต่ไม่ต้องละเอียดมาก '
4. เติมน้ำตาล แล้วผัดให้สุกดี

พักส่วนของซามาไว้



มาทำแกงปลาโอกันต่อ ปกตินาซิดาแฆ เขาจะกินกับแกงไข่ต้ม แกงกุ้ง แกงเนื้อ แต่ที่นิยมที่สุดก็เป็นแกงปลาโอนี่แหละ วิธีทำดังนี้
1. ปลาโอควักไส้ควักเหงือกออกบ้องเป็นชิ้น แล้วล้างให้สะอาด
2. ซอยหอมใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ
3. ตั้งหัวกะทิ ผัดพริกแกงให้หอมแล้วใส่หอมใหญ่ลงไป วันนี้แม่ห่านใช้พริมแกงมัสมั่นผสมกับพริกแกงเผ็ดเล็กน้อย
4. พอเดือดเติมน้ำกะทิอีก แล้วใส่ปลาลงไป ปิดฝาให้สุกดี ชิมรสให้กลมกล่อม ยกลง


ตักข้าวมัน โดยหน้าด้วยซามา ราดด้วยแกงปลาโอ อาจจะเพิ่มไข่ต้มอีกก็ได้ เวลาทานจะได้กลิ่นหอมยี่หร่าจากข้าวมัน ตัดกับซามาที่รสออกหวานเล็กน้อย อร่อยจริงๆ
โดย...แม่ห่าน




Tuesday, October 13, 2009

Thunderbirds







Thunderbirds หรือวิหคสายฟ้า เป็นการแสดงโชว์เครื่องบินผลาดแผลงของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาแสดงโชว์ในเมืองไทยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา

งานนี้ด้วยความที่พ่อกับแม่อยากดู ก็เลยหอบลูกๆ ไปรอดูกันตั้งแต่เที่ยง ที่สนามบินดอนเมือง การแสดงเริ่ม 14.00 น. แต่เราไปถึงกันตั้งแต่เที่ยงครึ่งกว่าจะหาที่จอดรถกันได้ก็เกือบบ่ายโมง คนเยอะพอสมควร ซึ่งเป็นปกติของการแสดงที่ไม่เก็บเงินของเมืองไทย และมักจะมีระบบการจัดการไม่ดี



เจอคนเยอะมาก เข้าไปได้ก็พาเด็กๆ ไปเข้าคิวรอเข้าห้องน้ำ และมีห้องน้ำแค่ไม่กี่ห้องที่รองรับคนหลายหมื่น ทำให้ห้องน้ำสกปรกมากๆ เจ้าดานาปวดฉี่มากจนทนไม่ไหว และคิวที่ยาวเหยียดเลยต้องเข้าห้องน้ำ

เสร็จแล้วออกมาหามุมนั่งกินข้าวกัน ส่วนใหญ่จะไปกันเป็นครอบครัวและจับจองที่นั่งรอเวลาเข้าไปจุดชมเครื่องบิน


อากาศร้อนมาก การแสดงจริงๆ เริ่มเกือบ 15.00 น. เนื่องจากผู้มักง่ายของเมืองไทย ที่ปล่อยให้มีการขายลูกโป่งในงาน และให้มีการซื้อลูกโป่งให้เด็กๆ และเด็กๆ ก็ปล่อยลูกโป่งให้หลุดมือลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ผู้ควบคุมการแสดงเลยไม่ยอมปล่อยฝูงบินเพราะเกรงอันตรายเกิดขึ้นกับฝูงบิน ต้องรอจนกว่าลูกโป่งทั้งหลายจะพ้นรัศมีการแสดงครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาเกือบชั่วโมง



แม่ห่านไม่มีความสามารถในการถ่ายภาพสวยงามๆ มาเก็บไว้ ได้แต่ชมภาพถ่ายจากเวบต่างๆ และเก็บไว้ในความทรงจำที่ดี ถึงแม้จะต้องรอนานและร้อนแสนร้อน แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย


โดย...แม่ห่าน




Monday, October 12, 2009

ขนมบดิน







"ขนมบดิน" เป็นเค้กสูตรโบราณตระกูลเค้กเนย ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของชาวมุสลิมภาคกลาง ต้นกำเนิดแถบชุมชนมุสลิมซอยสวนพลู หน้าตาขนมคล้ายๆ กับขนมไข่ชื่อ "ขนมกุฎิจีน" แต่รสชาติต่างกัน ขนมบดินจะมีรสชาติแบบเค้กที่หอมกลิ่นนมข้นหวานและกลิ่นเนย และเป็นขนมที่ไม่ใช้สารเสริมใดๆ ทั้งสิ้นการฟูของขนมเกิดจากการหมักแป้งหลายชั่วโมง

แม่ห่าน เองเพิ่งรู้จักขนมบดินเมื่อเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ และอาศัยซื้อเวลามีงานสุเหร่า ช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้ติดใจรสชาติมากมาย สูตรที่ขายทั่วไปจะค่อนข้างหวาน โดยเฉพาะเมื่อโรยหน้าด้วยลูกเกดหรือฟักเชื่อม

ขนมบดิน ที่แม่ห่านทำครั้งนี้ได้ปรับสูตรเล็กน้อย ทำออกมาแล้วหน้าตาดี นุ่มฟู หอมกลิ่นเนยและนมข้นหวาน แถมเนื้อเค้กไม่ยุบ เหมาะที่จะไปทำเป็นคัพเค้กมากๆ


ส่วนผสมที่ปรับแล้วมีดังนี้

1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ร่อนก่อนตวง 100 กรัม

2. เนยถังทอง 50 กรัม (สูตรเดิมใช้เนยเพียวกี แม่ห่านหาซื้อไม่ได้เลยใส่เนยถังทองแทน)

3. น้ำตาลทรายละเอียด 50 กรัม

4. นมข้นหวาน 180

5. ไข่เบอร์ 1 2 ฟอง




ขนมบดิน มีส่วนผสมที่น้อยและวิธีทำที่ไม่ยุ่งยาก แต่ใช้เวลามาก เนื่องจากไม่มีสารเสริมใดๆ มาช่วยวิธีทำดังนี้
1. เนยสดทิ้งไว้ให้นุ่มที่อุณหภูมิห้อง หรือถ้าเวฟให้ใช้ไฟต่ำ 1 นาที ผสมกับนมข้นหวานและแป้งที่ร่อนแล้ว ตีให้เข้ากัน ไม่ต้องตีให้เข้ากันพอเป็นครีมขาว ไม่ต้องให้ขึ้นฟู
2. ตีไข่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟูขาวและตั้งยอด เครืองที่บ้านใช้เวลาประมาณ 10 นาที
3. ผสมไข่กับส่วนผสมแป้ง โดยใช้ตะกร้อ หรือพาย ให้เข้ากันดีโดยแบ่งเป็น 3 ครั้ง แม่ห่านใช้มือคนเพราะจะได้บี้ส่วนผสมที่เป็นก้อนได้ดี
4.พักแป้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง แม่ห่านเตรียมแป้งก่อนไปทำงาน และกลับมาอบหลังเลิกงานใช้เวลาไปเกือบ 13 ชั่วโมง
5. ตักใส่ถ้วยประมาณ 3/4 ของพิมพ์กระดาษ เข้าเตาอบ โดยก่อนอบให้วอล์มเตาที่ 200 องศาซี ประมาณ 15 นาที แล้วอบไฟล่าง 20 นาทีแล้วเปลี่ยนเป็นไฟบน 5 นาที



ครบเวลาอบออกมาพัก 5 นาที เนื้อเค้กฟูขี้นมาล้นพิมพ์ขึ้นมา ดีที่แม่ห่านใช้ถ้วยสูงกว่าพิมพ์กระดาษ เนื้อเค้กฟูนุ่ม ทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของผงฟูหรือสารเสริมใดๆ กลิ่นหอมจากเนยและนมข้น ทำให้ชิมไปหลายถ้วยเชียว








โดย...แม่ห่าน






Wednesday, October 07, 2009

ข้าวหมกปลาอินทรีย์




เจ้าเด็กๆ 2 คน ที่บ้านแม่ห่านชอบทานข้าวหมก ปกติก็ซื้อทานกันบ่อยๆ มาก วันนี้ก็เลยชวนมาทำข้าวหมกปลาอินทรีย์กัน วันนี้นำเสนอด้วยภาพถ่ายทุกขั้นตอน


เริ่มด้วยปลาอินทรีย์ จริงๆ แม่เรไรซื้อมาทั้งตัว หนัก 1.4 กก. ให้แม่ค้าทำเป็นชิ้นให้เรียบร้อย ใช้ทำข้าวหมก 1 กก. ที่เหลือเก็บไว้ทำอาหารอื่น



ทำเป็นชิ้นเล็กหน่อย เพราะที่บ้านมีหม้อเล็ก ถ้าชิ้นใหญ่เกะกะ ลงหม้อไม่สะดวก




ใช้ผงทำข้าวหมกของโลโบ้ ซื้อมา 1 ซอง ข้างในมีซองเล็กๆ 2 ซอง ใช้แค่ 1 ซอง เทใส่จานไว้





ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย ลงไป






คนให้เข้ากัน




นำปลาลงไปคลุก




แล้วหมักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง



ข้าวสาร 2 ถ้วยตวง ให้ใช้ข้าวสารเก่าและเป็นข้าวสารที่ไม่มียางแช่น้ำทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 3 ชม.




หอมใหญ่ 2 หัว



ซอยเป็นชิ้นเล็กๆ




ผัดในกระทะโดยใช้น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ ผัดพอหอม




เติมโยเกิร์ตอีก 1 ถ้วยลงในปลาที่หมักไว้


แล้วใส่ลงไปในกระทะ




ตั้งน้ำให้เดือด



จากนั้นเตรียมกระเทียม 1 หัว ปอกเปลือกแล้วทุบ



นำลงไปเจียวในให้พอหอม



ข้าวสารที่แช่น้ำไว้ นำไปใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำพักไว้ก่อนแล้วนำลงไปผัดให้พอเคลือบน้ำมัน



น้ำที่ตั้งไว้ให้เดือดเต็มที่แล้วใส่ข้าวสารลงไปปิดฝารอให้เดือดประมาณ 5 นาที หรือให้เข้าสารพอเป็นตากบ



เนื้อปลากับน้ำแกงให้เดือดและสุกทั่วกัน


ตักเนื้อปลาขึ้นมาพักไว้

เหลือน้ำแกงในหม้อตั้งไฟต่อ

เติมเกลือ 1 ช้อนชา

เติมลูกเกดครึ่งถ้วยลงไป


ข้าวสารที่เดือดพอเป็นตากบยกลงแล้วเทลงตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ



ใส่ข้าวในหม้อน้ำแกงแล้วเกลี่ยให้ทั่วแต่ห้ามคน จะทำให้ข้าวสารเละ และเม็ดไม่สวย


ใส่ปลาลงไปด้านบน
หรี่ไฟอ่อนๆ ดงข้าวไว้ประมาณ 15 นาที หรือให้ข้าวสุกทั่วกัน
โรยหน้าด้วยหอมเจียวทอดกรอบๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มเขียว
ส่วนประกอบของน้ำจิ้ม
1. ผักชีไทย 1 ขีด
2. ผักชีฝรั่ง 1/2 ขีด
3. น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย
4. น้ำปลา 1/2 ถ้วย
6. น้ำตาล 1/2 ถ้วย
7. พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด
ปั่นให้เข้ากันแล้วชิมรสตามชอบ



โดย...แม่ห่าน