Friday, August 28, 2009

ชินามอลโรล












ชินามอนโรล ขนมปังม้วนกลมๆ ที่หอมกลิ่นอบเชย และน้ำตาลทรายแดง เป็นขนมปังที่แม่ห่านชอบมากๆ เป็นขนมปังสูตรแรกๆ ที่ลองทำและไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่คนอื่นๆ หลายๆ คนมองว่าชินามอนโรลเป็นขนมปังที่ทำง่าย สุดท้ายลองใช้สูตรขนมปังของคุณปุ๊ก ที่เคยทำสำเร็จและแสนอร่อยมาแล้ว ซึ่งสามารถย้อนกลับไปดูได้ที่นี่ http://rayrai2009.blogspot.com/2009/08/blog-post_17.html

คราวนี้แม่ห่านก็ใช้สูตรเดิม แค่เพิ่มน้ำตาลลงในแป้งอีก และเปลี่ยนจากไส้แอปเปิ้ลเป็นน้ำตาลทรายแดงและชินามอน ก็อร่อยเกินคาด

ส่วนผสมมีดังนี้

แป้งขนมปัง 320 กรัม

แป้งเค้ก 80 กรัม

ยีสต์ 12 กรัม

น้ำตาล 120 กรัม

เกลือ 2 กรัม

นมผง 20 กรัม

เนยเค็ม 20 กรัม

ไข่ 1 ฟอง

น้ำ 160 กรัม

วิตามินซี 5 เม็ด (ใช้วิตามินซีที่ให้เด็กๆ ทานเล่น)

น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย

เนยเค็ม 60 กรัม (สำหรับทาหน้าขนม)

ชินามอน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. บดวิตามินซีให้ละเอียด และร่อนรวมกับแป้ง 2 ชนิด และนมผง ซัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้แป้งเข้ากันดี

2. ส่วนผสมน้ำตาล ไข่ เกลือ และน้ำเทใส่โถเครื่องทำขนมปังรวมกัน ใช้ช้อนคนให้น้ำตาลละลาย และตีไข่ให้พอแตกเข้ากันดี


3. ใส่แป้งลงไปในโถ ตามด้วยยีสต์ เปิดโปรแกรม 9 ปล่อยให้นวดไปแล้ว แอบเปิดดู เห็นโดว์แห้งก็เลยเติมน้ำจนหมด และเพิ่มไปอีกเล็กน้อย

4. นวดไปประมาณ 5 นาที ใส่เนยลงไป แล้วปล่อยให้เครื่องทำงานต่อไปจนครบตามโปรแกรม

5. พักแป้งประมาณ 30 นาที แป้งขึ้นอืดดี เพราะใช้วิตามินซีเป็นตัวเร่ง นำออกมาชกไล่ลม แล้วรีดแผ่แป้งให้เป็นแผ่นหน้าประมาณ 1/2 ซม. ทาเนยให้ทั่วแผ่นแป้ง แล้วโรยน้ำตาลทรายแดงและชินามอน

ม้วนเป็นกลม ก่อนจะตัดเป็นท่อนประมาณ 1 นิ้ว วางในพิมพ์ที่ทาเนยขาว


พักแป้งไว้อีกประมาณ 20 นาที ให้แป้งอืดเต็มที่ ก่อนเข้าเตาอบที่ไฟล่าง 180 องศา ประมาณ 20 นาที หรือจนขนมสุกได้กลิ่นขนมปังหอม แล้วเปลี่ยนเป็นไฟบนประมาณ 5 นาที เพื่อให้หน้าขนมมีสีเหลืองสวย



จากนั้นโรยหน้าด้วยไอซิ่ง วิธีการก็คือ ใช้น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย น้ำเปล่า 2 ช้อนชา ละลายให้เข้ากัน แล้วโรยบนหน้าขนมปัง

จิบชาร้อนๆ คู่กับขนมปังหอมกลิ่นชินามอน อร่อยอย่าบอกใครเชียว





โดย...แม่ห่าน





Thursday, August 27, 2009

เด็กชายชนะ...เด็กพิเศษที่ไม่อยากเป็นคนพิเศษ









เขียนโดย : อนันต์ ประภาโส
สำนักพิพพ์ : ษาริน, สนพ.








ทุกคนย่อมมีหัวใจโบยบิน

เด็กชายชนะ เป็นเรื่องราวของเด็กพิการ ที่มีหัวใจไม่พิการ แถมยังมีหัวใจสู้ชนิดที่คนที่มีอวัยวะครบ 32 ต้องอาย

แม่ห่าน อ่านหนังสือเล่มนี้ให้ลูกฟังก่อนนอนคืนละบท มีอยู่คืนหนึ่ง เมื่ออ่านถึงตอนที่ชนะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดขา และต้องให้พ่อแบกขึ้นหลังไป หนังสือได้บรรยายความรู้สึกของเด็กชายชนะ จนเจ้าดีนีย์ลูกสาวคนเล็กร้องให้สะอึกสะอื้น และพอปลอบจนให้สะอื้นก็ได้ความว่า เขาคิดถึงพ่อ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่พ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัด

ส่วนเจ้าดานา ลูกสาวคนโต มักมีจินตนาการประหลาดๆ มีอยู่วันหนึ่งแม่เรียกให้เธอเข้าไปหาในครัว แม่รออยู่นานมากไม่เห็นลูกเข้าไปก็เรียกซ้ำ เธอบอกว่ากำลังไปอยู่ แม่ออกมาดูเห็นลูกกำลังกระเถิบเข้าไปในครัว ซักถามได้ความว่า เธออยากรู้ว่าเด็กชายชนะจะลำบากแค่ไหนที่ไม่สามารถเดินกับขาได้

หนังสือเล่มนี้อยากให้หลายๆ คนได้ลองอ่านค่ะ



โดย...แม่ห่าน

Wednesday, August 26, 2009

การเวกหน้าบ้าน









ปกติแม่ห่านเป็นคนที่ชอบปลูกต้นไม้และชอบไม้ดอกหอม แม้ว่าบ้านที่อยู่ปัจจุบันจะไม่มีพื้นที่เอื่ออำนวยให้ปลูกต้นไม้ แม่ห่านก็สู้อุตส่าใช้พื้นที่เล็กน้อยปลูกการเวกให้ขึ้นไปเลื้อยเป็นหลังคาหน้าบ้านกันแดดให้กับรถ แต่ไม่สามารถกันฝนได้ แถมยังได้ขี้นกและเศษไม้ใบไม้ตกลงไปบนรถอีก แต่ผลเสียเล็กๆ น้อยๆ ที่มีต่อรถก็ไม่ทำให้แม่ห่านเลิกปลูกต้นไม้ เพราะหน้าร้อนตอนกลางวัน บ้านแม่ห่านยังสามารถนั่งเล่นหน้าบ้านได้บ้าง

ความร่มรื่นจากต้นไม้ กิ่งไม้ ช่วยลดอารมณ์ร้อนๆ ในหน้าร้อนได้ดีทีเดียว แถมดอกที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็โชยเข้าห้องนอนในตอนเช้าๆ ช่วยให้สดชื่นได้ดีทีเดียว




การเวก หรือมีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า กระดังงาป่า, กระดังงาเถา เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง มีพุ่มใบหนาแน่น ดอกมีขนาดเล็ก หนาและแข็ง มีกลิ่นหอมจัดในเวลาเย็นถึงค่ำ

ต้น การเวกเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งที่มีขนาดใหญ่จะมีมือเกาะรูปตะขอยื่นออกมาจากเถา ซึ่งที่บ้านจะต้องระวังเป็นอย่างยิ่งไม่ให้มันยื่นไปเกาะที่สายไฟเข้า พ่อบ้านจึงต้องมีหน้าที่ประจำที่คอยตรวจและตัดกิ่งการเวก เถาบริเวณยอดอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อเถาแก่ก็จะเป็นสีน้ำตาล

ใบ การเวกจะมีพุ่มใบที่หนาแน่นมากเป็นไม้ใบเดี่ยวออกใบสลับกันตามข้อต้นใบเป็นรูปขอบขนานหรือมนรี ทั้งโคนใบและปลายใบจะแหลมมีก้านใบสัน พื้นใบสีเขียวเข้ม เป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบเรียบไม่มีจัก
ดอก ดอกการเวกจะออกตรงโคนต้นใบ ลักษณะดอกจะเป็นดอกเดี่ยวตรงโคนก้านดอกจะมีมือเกาะดอกเมื่อแรกออกจะเป็นสีเขียว แล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง ในหนึ่งดอกจะมี กลีบ ซึ่งแบ่งเป็นชันชันละ 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ ดอกมีขนาดเล็ก หนาและแข็ง กลีบดอกมีลักษ ณะเป็นรูปรี มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ภายในดอกเป็นจำนวนมาก ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในเวลาเย็นถึงค่ำ



การเวก สามารถปลูกได้ทั้งการตอนกิ่งและเพาะเมล็ด สำหรับที่บ้านแม่ห่าน ซื้อต้นเพาะชำมาตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่บ้านใหม่ ตอนนี้ก็เกือบ 5 ปี แล้ว ต้นใหญ่ ให้ดอกทั้งปี

การดูแลอื่นๆ ก็ไม่เคยทำอะไรเลย ปลูกใกล้ก๊อกหน้าหน้าบ้าน เวลาที่ต้องใช้น้ำทำอะไรแล้วเหลือก็ราดทิ้งมันที่โคนต้นการเวก

สำหรับต้นที่บ้านปลูกมานาน และเลื้อยข้ามไปบ้านข้างๆ ช่วงแรกๆ ก็ตัดออก แต่บ้านข้างๆ ขอให้ปล่อยเลื้อยข้ามไป อาศัยใช้เป็นหลังคาที่จอดรถเหมือนกัน จนกลายเป็นปลูกบ้านเดียวใช้ประโยชน์ได้กับบ้านถึง 2 หลัง คุ้มจริงๆ ค่ะ




ที่มาของข้อมูล http://th.wikipedia.org/




โดย...แม่ห่าน

Tuesday, August 25, 2009

เสน่สะพานมอญ เสน่เมืองสังขละ เสน่กาญจนบุรี







กาญจนบุรี เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเมืองไทย วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเมืองกาญจน์ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความรื่นรมย์

แม่ห่านเองไปเมืองกาญจน์มาก็หลายรอบ คราวนี้ไปสังขละบุรี และแวะเที่ยวรายทางหลายที่ จึงนำมาเก็บไว้

น้ำตกผาตาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมือง 140 กิโลเมตร เกิดจากลำห้วยเล็กๆ บริเวณเทือกเขากะลา น้ำตกผาตาดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้าง ความสูงที่ตระการตา และมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ การเดินทาง สามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงกิโลเมตรที่ 105–106 โดยเลี้ยวเข้าทางเดียวกับพุน้ำร้อนหินดาด และอยู่เลยจากพุน้ำร้อนหินดาดเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร


เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ เขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ 6 กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ และสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป 1 ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับอำเภอทองผาภูมิ มีบริการบ้านพักและเรือ (ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโทร. 0 3459 8030, 0 3459 9077 ต่อ 2452, 2506 กรุงเทพฯ


สังขละบุรี เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรมเมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดม.. เมืองที่มีความงามหลากหลายทาง เชื้อชาติและวัฒนธรรม ของพี่น้องต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งมอญ กระเหรี่ยง ไทย ลาว พม่า ฯลฯสังขละบุรี เป็นเมืองสำคัญหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์...สงคราม...ด่านเจดีย์ ทางรถไฟสายมรณะ
สังขละบุรี
เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 215 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม มองเห็นทัศนียภาพที่งดงาม อำเภอสังขละบุรีมีชาวมอญอาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" คือบริเวณที่ลำน้ำสามสาย อันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบิคลี่ และห้วยรันตี ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อย

>สะพานมอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 850 เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่สวยงามสามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆ คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ

ไปสังขละคราวนี้แม่ห่านพักที่โรงแรมพรไพลิน ริเวอร์ไซต์ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำซองกาเลีย สามารถมองเห็นสะพานมอญได้อย่างสะดวก


วัดวังก์วิเวการาม อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด


เจดีย์พุทธคยา แม่ห่านไม่ได้ขึ้นไปชมด้านบนค่ะ ตอนนั้นเหนื่อยก็เลยนั่งปักหลักถ่ายภาพอยู่ข้างล่าง จุดนี้มีขายสินค้าพื้นเมืองที่ทำจากไม้ เช่นพวกเฟอร์นิเจอร์ และของเล่นที่ทำจากไม้ ราคาไม่แพง แต่ไม่มีแรงหอบกลับบ้านค่ะ


เมืองบาดาล ในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมก้นสร้างขึ้น เมื่อปี 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี ในช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจนและสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้ แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ ในชื่อเมืองบาดาล



เที่ยวป่าสังขละบุรี เป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง


ความสนุกสนานของการท่องเที่ยวป่าอยู่ที่การล่องแก่งนี่แหละ ล่องแก่งแพเปียกชนโขดหินตกน้ำเป็นที่สนุกสนาน


ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า) ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาท ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ด่านตรวจคนเข้ามืองสังขละบุรี โทร. 0 3459 0105, 0 3459 5335


ก่อนกลับมีการแวะเที่ยวเมืองแห่งละครด้วย เป็นฉากถ่ายละครและภาพยนต์เชิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในหลายๆ เรื่อง เดี๋ยวนี้เปิดให้บริการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีของที่ระลึกจากภาพยนต์ให้หาซื้อหาชมกันด้วย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.kanchanaburi.com





โดย...แม่ห่าน

















Monday, August 24, 2009

มาทำบาเยียทานเองกันเถอะ









แม่ห่านชอบอาหารสไตน์อินเดียมากๆ อย่างบาเยียเนี่ยถ้าผ่านไปแถวๆ บางรักเมื่อไหร่เป็นอันต้องซื้อกินประจำ และดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อกลางเดือนไปร่วมงาน Cooking&Baking ที่ชาวก้นครัวจัดขึ้น ก็มีการสาธิตวิธีการทำบาเยียด้วย และเจ้าของสูตรก็ได้ลงวิธีการทำไว้ในก้นครัว พันทิพย์ ด้วยเช่นกัน แม่เรไรถือโอกาสลองทำทานเองที่บ้านดูด้วย อร่อยดีค่ะ



วัตถุดิบที่ใช้ดังนี้

ส่วนน้ำจิ้ม


1. หอมแดงหัวใหญ่ 3 หัว (ใช้หอมแดงแขก)

2. มะขามเปียก 1 ก้อน

3. น้ำตาลปึก 4 ก้อน

4. เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. คั้นน้ำมะขามเปียกพักไว้

2. ซอยหอมแดงให้ละเอียด หรือจะโขลกก็ได้ ตั้งไฟพร้อมกับน้ำตาล และเกลือ

3. พอน้ำตาลละลายหมดให้ใส่น้ำมะขามเปียกและเคี่ยวต่อจนข้น ชิมรสให้เปรี้ยวนำ หวานตาม



ส่วนแป้ง

1. ถั่วเขียวเราะเปลือก 1/2 กก.

2. ลูกผักชี หรือยี่หร่า 1-2 ช้อนโต๊ะ แม่ห่านหาซื้อไม่ได้ที่ร้านมีแต่เครื่องต้มพะโล้ แม่ห่านซื้อมา 1 ซอง แล้วตำใส่ไปทั้งหมด (หัวล้านนอกครู) แต่อร่อยดีค่ะ เพราะบาเยียสามารถใส่เครื่องเทศไปได้ทั้งหมดอยู่แล้ว

3. กระเทียม 10 กลีบ

4. พริกเหลือง 4 เม็ด

5. อบเชยป่น 1 ช้อนโต๊ะ

6. พริกไทยดำป่น 1 ช้อนโต๊ะ

7. ต้นหอม 5-6 ต้น

8. พริกแห้ง 100 กรัม




วิธีทำ

1. ถั่วเขียวเราะเปลือกแช่น้ำข้ามคืนไว้ให้นิ่ม (แม่ห่านใช้วิธีแช่น้ำร้อนประมาณ 3 ชม. กว่าๆ) แล้วปั่นให้ละเอียด

2. ตำเครื่องเทศ กระเทียม และพริกเหลืองให้ละเอียด

3. ต้นหอมซอยให้เป็นฝอย

4. ใส่เครื่องเทศทั้งหมดรวมกันในเนื้อแป้งถั่ว แล้วคนให้เข้ากัน อย่าให้แป้งแห้งเกินไป

ประมาณตักใส่ช้อนเพื่อหยอดในกระทะแล้วแป้งสามารถไหลลงไปได้เลย

5. ทอดพริกแห้งให้เหลืองกรอบ พักไว้

6. ทอดเนื้อแป้งโดยตัดเป็นก้อนเล็กๆ แล้วหยอดลงกระทะ ให้แป้งสุกเหลือง แล้วตักขึ้น




ทานคู่กับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน และพริกทอด หอมกลิ่นเครื่องเทศมากๆ สำหรับเครื่องเทศนั้นสามารถปรับเพิ่มลดได้ตามความชอบของแต่ละคน บ้านแม่ห่านชอบกลิ่นเครื่องเทศ จริงๆ อยากใส่พริกไทยดำอีก แต่กลัวเด็กๆ จะกินไม่ได้ เลยใส่ไปแค่ 1 ช้อนโต๊ะ

แต่เจ้าของสูตรที่นำมาเผยแพร่ ไม่ค่อยชอบกลิ่นเครื่องเทศ เขาใส่แค่เล็กน้อย พอมีกลิ่นหอมๆ ซึ่งสามารถปรับลดได้ตามความชอบของแต่ละบ้านแล้วกัน







โดย...แม่ห่าน

Sunday, August 23, 2009

ข้าวผัดผลไม้สามสหาย










วันนี้แม่ห่านขอนำเสนอข้าวผัดแปลกๆ อีกแล้วค่ะ เป็นข้าวผัดผลไม้ 3 สหาย ก็สืบเนื่องจากเด็กๆ บ้านนี้ขี้เบื่ออาหาร และก็พอดีหน้านี้ก็มีผลไม้มากมาย แม่ห่านลองทำข้าวผัดผลไม้ให้เด็กๆ ซึ่งชอบใจกันใหญ่ทีเดียว รสชาดผู้ใหญ่อาจจะไม่ชอบ แต่สำหรับเด็กๆ แล้วเจออะไรแปลกๆ สีสันสดใจ และรสชาดออกหวานๆ เนี่ยเป็นที่ถูกใจนักเทียว


มาดูส่วนผสมและเครื่องปรุงค่ะ

1. ข้าวสวย 2 ถ้วย วันนี้ใช้ข้าวกล้องสังหยด เพราะให้สีออกแดงๆ หน่อย

2. ลองกองประมาณ 10 - 15 ลูก

3. เงาะประมาณ 10 - 15 ลูก แม่ห่านใช้เงาะบ้าน เนื้อไม่ร่อน คุณสามีขนมากจากใต้พอดี

4. แก้วมังกร ครึ่งลูก

5. กุ้ง 5-6 ตัว

6. ไข่ 1 ฟอง

7. เนยสด 10 กรัม

8. เกลือ ซีอิ้วขาว เล็กน้อย

9. น้ำส้มคั้น 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำที่แสนง่าย

1. ลองกองปอกเปลือกและแกะเป็นกลีบๆ ส่วนเงาะปอกเปลือแล้วคว้านเม็ดออก แก้วมังกรปอกเปลือกแล้วฝานเป็นชิ้นๆ

2. เจียวไข่ให้เป็นแผ่นบางๆ ซอยเล็กๆ แล้วพักไว้

3. ปอกเปลือกกุ้ง แล้วผัดกับเนยพอสุกตักขึ้นพักไว้

4. ใส่ข้าวลงไปผัด เติมเกลือ ซีอิ้วขาวและน้ำส้มคั้น ชิมรส ตามชอบ

5. ใส่ผลไม้ กุ้ง ลงไป ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ ตกแต่งด้วยแก้วมังกร และผักชีให้สวยงาม




รสชาดออกมาผู้ใหญ่ไม่ประทับใจนัก แต่เด็กๆ บ้านนี้ทานกันหมดจานค่ะ







โดย...แม่ห่าน







Friday, August 21, 2009

หนูเขียนตัวไก่ได้แล้วค่ะ








น้องดีนีย์เข้าเรียนอนุบาล 1 มีครึ่งเทอมแล้ว และปีนี้เป็นปีแรกที่ทางโรงเรียนเปลี่ยนหลักสูตรการเรียน โดยใช้แนวทางการเรียนตามต้นแบบ สพฐ. เพราะโรงเรียนเข้าโครงการเรียนฟรีของรัฐบาล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี แต่สำหรับน้องดีนีย์แล้วอาจจะไม่ดี เพราะเด็กคนนี้เรียนรู้ได้เร็ว แต่หลักสูตรนี้ผ่านมาเกือบครึ่งเทอมยังเป็นการลากเส้น ตามเส้นประแต่จะลากไปซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หรือลากเป็นวางกลมบ้าง

น้องดีนีย์เขามีพี่ และได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากพี่ รวมทั้งการเขียนหนังสือ หลายครั้งที่เขาเบื่อกับการลากเส้นตามการบ้านที่คุณครูให้ทำ เช่นถ้าคุณครูให้ลากเส้นไปทางซ้ายน้องดีนีย์กลับลากเป็นตัว A บ้าง หรือไม่ก็ลากเป็นอย่างอื่นบ้าง



เมื่อวานน้องดีนีย์เขาดีใจมาก ที่คุณครูเริ่มให้ฝึกเขียน ก.ไก่ แม่กลับมาถึงบ้านก็รีบบอกทันทีว่าวันนี้ดีเขียนตัวไก่ได้แล้ว

ตอนแรกแม่ก็แปลกใจนิดหนึ่งรีบเข้ามาดูความตื่นเต้นของลูก ตอนนั้นนึกว่าเขาวาดภาพไก่ได้ แต่ดานาพี่สาวเขาบอกว่าน้องเขียน ก.ไก่ ได้แล้ว เขาก็รีบเขียนกระดานให้ดู ตอนแรกเขียนตัวเล็กๆ แม่บอกให้เขียนตัวใหญ่ๆ หน่อย จะถ่ายรูปให้ เขาเขียนตัวสูงขึ้น แต่กลายเป็นไก่ผ้อม ผอม แถมเขียน 2 ตัว ไม่เหมือน ก.ไก่ ดูเหมือนเลข 11 ซะมากกว่า




วันนี้ครูให้กลับมาท่อง ก.ไก่ - ฮ. นกฮูก เขาขยันท่องมากๆ ตอนนี้เขาอยากเขียนหนังสือได้ และอ่านหนังสือออกเหมือนพี่ แม่เองก็พลอยตื่นเต้นไปกับลูกด้วย


โดย...แม่ห่าน


Thursday, August 20, 2009

เค้กฝอยทอง










ช่วงนี้ที่บ้านไม่ค่อยได้ทำเค้ก เพราะหาเหยื่อไม่ค่อยได้ ยกเว้นเจ้าฝอยทองนี่แหละเด็กๆ ชอบกันพอสมควร และก็น้องที่ออฟฟิศสั่งเพื่อเป็นของฝากวันแม่ด้วย ก็เป็นอันได้ลงมือทำเค้กและเผื่อเด็กๆ ด้วยเค้กฝอยทองคราวนี้ทำตัวเค้กเป็นสปันจ์ เพราะแม่ห่านไม่ค่อยถูกกับชิฟฟอน บางครั้งก็ทำออกมาฟูดีมาก แต่บางครั้งเนื้อเค้กกลับหยาบจนทานไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ต้องอาศัยสปันจ์เป็นส่วนใหญ่ เค้กฝอยทองคราวนี้เป็นสูตรเดิมๆ ที่เคยทำ ก็คือสูตรคุณแหม่ม tiara และวิธีการทำแบบคุณวรรณ AlittleCatz


ส่วนผสมสำหรับเค้ก 3 ปอนด์ ดังนี้

1. แป้งเค้ก 100 กรัม

2. น้ำตาลทรายป่น 80 กรัม

3. เกลือ1 / 4 ช้อนชา

4. ผงฟู 1 ช้อนชา

5. เนยจืด 80 กรัม

6. นมข้นจืด 40 กรัม

7. น้ำ 40 กรัมไข่เบอร์ 0 3 ฟอง (ใช้ไข่สดอุณหภูมิห้อง)

8. เอสพี 10 กรัม

9. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

10. ฝอยทอง 400 กรัม

วิธีทำ

1.วอร์มเตาอบ ไฟบน-ล่าง อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส

2.กรุฝอยทองที่พิมพ์เค้กแล้วใช้น้ำพรมให้เนื้อฝอยทองแฉะเล็กน้อย และห่อพิมพ์ด้วยกระดาษฟอยด์ป้องกันหน้าฝอยทองไหม้

3. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน

4.ไข่ นม น้ำ น้ำตาล เทรวมกันในอ่างผสม ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ ตีด้วยความเร็วสูง 5 นาที หรือจนกว่าจะใช้พายตักส่วนผสมขึ้นมา หงายพายขึ้น ส่วนผสมจะไม่หยด

5.ปิดเครื่อง ใส่แป้งที่ร่อนลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที

6.เปลี่ยนสปีดเป็นสูงสุด ตีต่ออีก 6 นาที ปิดเครื่อง ใช้พายปาดอ่าง ตีด้วยสปีดต่ำ 1 นาที แล้วใส่เนยละลาย ทยอยใส่ทีละช้อน หรือเทให้เป็นสาย ใส่กลิ่นส้ม ตีต่ออีก 2 นาที ระหว่างนี้ ใช้พายปาดอ่างไปด้วย เพื่อให้เนยเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ป้องกันเค้กเป็นไต เมื่อครบ 2 นาทีแล้วตีด้วยความเร็วสูงสุด 10 วินาที ปิดเครื่อง แล้วใช้พายปาดจากก้นอ่างขึ้นมา คนให้เข้ากันอีกที แล้วเทลงพิมพ์

วันนี้แม่ห่านใช้พิมพ์ 2 ปอนด์ 1 ก้อน และพิมพ์โลฟ 1 ก้อน แถมด้วยถ้วยเล็กๆ อีก 3 ถ้วย

7.นำเข้าอบไฟล่าง 20 นาท ไฟบน 5 นาที (สำหรับเตาที่บ้านนี้นะคะ) แต่คนอื่นเขาใช้ไฟบนล่าง ประมาณ 25 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก

8.พอเค้กสุก นำออกจากเตา กระแทกพิมพ์แรงๆ 1 ครั้ง แล้วพักไว้ประมาณ 10 นาที จึงคว่ำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็น

หน้าฝอยทองจะแน่นๆ หน่อย ใช้มีดหรือส้อมแซะๆ ให้ดูฟูๆ นิดหนึ่ง ก็สวยงามแล้วน่าทานแล้วค่ะ


ส่วนเค้กถ้วยเล็กๆ แม่ห่านใช้ฝอยทองที่เหลือมาโป๊ะหน้าทีหลัง ส่วนก้อน 2 ปอนด์ ใช้ดอกไม้ริบบิ้นสีขาวมาติดเล็กน้อย และพันรอบเค้กด้วยพลาสติกใส ตามด้วยริบบิ้นสีขาวให้น้องที่ออฟิศไปฝากแม่ที่ต่างจังหวัด



โดย...แม่ห่าน



Monday, August 17, 2009

ขนมปัง แอปเปิ้ลโรล



ขนมปังเนื้อนุ่มๆ หอมแอปเปิ้ล สูตรนี้แม่เรไรลอกสูตรมาจากคุณปุ๊ก สามารถเข้าไปดูสูตรและวิธีทำของคุณปุ๊กได้จากที่นี่นะคะ http://dailydeliciousthai.blogspot.com/2009/06/soft-apple-roll-soft-bread-for-easy.html

แม่ห่านเป็นแฟนประจำของคุณปุ๊ก แม้จะทำแล้วไม่สวยเท่าคุยปุ๊กแต่อร่อยจริงๆ ต้องบอกว่าสูตรนี้อร่อยจริงๆ ใครที่ชิมต่างติดใจกันทุกคน




แม่ห่านทำเบิ้ล 2 สูตร เพราะใช้เครื่องทำขนมปัง ถ้าแป้งน้อยเครื่องทำงานไม่ดี แต่ก็มั่นใจว่าถ้ามาจากคุณปุ๊กต้องอร่อยแน่นอน ก็เลยทำเบิ้ล 2 สูตร และใช้วัตถุดิบทุ่นแรงในการย่นเวลาหมัก โดยใช้วิตามินซีช่วยมาดูส่วนผสมของแม่เรไรกันค่ะ


แป้งขนมปัง 320 กรัม


แป้งเค้ก 80 กรัม

ยีสต์ 12 กรัม

น้ำตาล 100 กรัม (เห็นคุณปุ๊กบอกว่าขนมปังค่อนข้างจืด ก็เลยเพิ่มน้ำตาลไปอีกนิดหน่อย ซึ่งก็พอดีแล้วค่ะ

เกลือ 2 กรัม (แม่ห่านใช้เนยเค็ม ก็เลยลดเกลือ)

นมผง 20 กรัม

เนยเค็ม 20 กรัม

ไข่ 1 ฟอง (สูตรเดิมของคุณปุ๊กก็ใช้ 1 ฟอง แต่แม่ห่านไม่กล้าใส่เพิ่มแม้จะทำเบิ้ลกลัวโดว์จะแฉะแต่เพิ่มน้ำอีกเล็กน้อย)

น้ำ 160 กรัม

วิตามินซี 5 เม็ด (ใช้วิตามินซีที่ให้เด็กๆ ทานเล่น)
วิตามินซี : แม่ห่านเคยอ่านข้อมูลของส่วนผสมในตัว bread improve มีส่วนผสมของกรดวิตามินซี และมีคนเคยแนะนำไว้ในก้นครัวว่าสามารถนำมาใช้แทนกันได้ ก็เลยนำมาใช้ย่นระยะเวลาในการหมักโดว์ ซึ่งก็ใช้ได้ดีพอสมควรและใช้มาหลายรอบแล้ว ไม่มีปัญหาในเรื่องตัวแป้ง และเนื้อขนมก็นุ่มนิ่มเหมือนไม่ต่างกัน ตอนนี้ถ้าทำขนมปังในเวลากลางวันปกติก็นวดและหมักแป้งตามสูตร แต่ถ้าทำกลางคืนขี้เกียจรอ ใช้วิตามินซีเป็นตัวช่วยตลอด

วิธีทำค่ะ
1. บดวิตามินซีให้ละเอียด และร่อนรวมกับแป้ง 2 ชนิด และนมผง ซัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้แป้งเข้ากันดี
2. ส่วนผสมน้ำตาล ไข่ เกลือ และน้ำเทใส่โถเครื่องทำขนมปังรวมกัน ใช้ช้อนคนให้น้ำตาลละลาย และตีไข่ให้พอแตกเข้ากันดี

ปล. แม่เรไรใส่น้ำไปไม่หมดเหลือไว้เล็กน้อย แล้วค่อยๆ เติมทีหลัง
3. ใส่แป้งลงไปในโถ ตามด้วยยีสต์ เปิดโปรแกรม 9 ปล่อยให้นวดไปแล้ว แอบเปิดดู เห็นโดว์แห้งก็เลยเติมน้ำจนหมด และเพิ่มไปอีกเล็กน้อย
4. นวดไปประมาณ 5 นาที ใส่เนยลงไป แล้วปล่อยให้เครื่องทำงานต่อไปจนครบตามโปรแกรม


หลังจากนั้นก็มาทำไส้กันต่อ มีส่วนผสมดังนี้


1. แอปเปิ้ล 460 กรัม (ประมาณ 6 ลูก)


2. น้ำตาล 100 กรัม


3. มะนาว 2 ช้อนชา


4. น้ำเปล่า 100 กรัม


5. วานิลลา 1 ช้อนชา


วิธีทำ

1.ล้างแอปเปิ้ลแล้วปอกเปลือกฝานเป็นชิ้นบางๆ เล็กๆ

2. ใส่หม้อเติมน้ำมะนาว น้ำตาล วานิลลา และน้ำ ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวจนงวดเหลือน้ำขลุกขลิก


แนะนำให้ทำไส้ไว้ก่อน เพราะต้องรอให้ใส้เย็นสนิท แม่เรไรทำระหว่างหมักแป้ง ซึ่งต้องเร่งไฟให้น้ำงวดเร็ว และใช้น้ำแข็งรองชามใส่ให้เนื้อไส้เย็นเร็วๆ


แม่ห่านใช้วิตามินซีช่วยก็เลยหมักแป้งได้เร็วมากๆ ใช้เวลาประมาณ 23 นาที โดว์ก็ได้ที่ ให้แม่เรไรต้องวอล์มเตาไว้เลยเพราะเจ้าวิตามินซีเร่งโดว์ได้อย่างดี เปิดเตาไว้ที่ 180 องศาซี

เมื่อโดว์ได้ที่ก็ชกไล่ลมแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ รอไว้


จากนั้นก็รีดแป้งให้แผ่นหนาประมาณ 1 ซม. แม่ห่านไม่สามารถทำให้สวยได้เท่าคุณปุ๊ก ทำได้แค่นี้แหละค่ะ

แล้วละเลงไส้ลงไปให้ทั่ว ค่อยๆ ม้วน ให้สวยงาม นี่คือสวยที่สุดของแม่ห่านแล้วค่ะ





กว่าจะจัดเข้าพิมพ์เสร็จ ชุดแรกก็เข้าเตาอบได้เลยค่ะ เพราะเจ้าวิตามินซีที่ใส่เข้าไป ก่อนเข้าเตาก็ประหน้าด้วยนมสดหน่อย

ตรงนี้ของคุณปุ๊กใช้ไข่ผสมน้ำทาหน้า แต่แม่ห่านใช้นมสดแทน อบไฟล่างอย่างเดียว 20 นาที แล้ว เปิดไฟบนตอนท้ายอีก 5 นาที ใช้ไฟบน 160 องศา เพราะเตาแม่ห่านไฟบนร้อนมาก


อบเสร็จก็ออกมาหน้าตาสวยงามมาก แล้วราดหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง โดยใช้ไอซิ่งประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่าเล็กน้อย ละลายคนให้เข้ากันแล้วราดหน้าขนมปัง


แม่ห่านราดหน้าเล็กน้อย เพราะเนื้อขนมหวานกว่าของคุณปุ๊ก



ดูเนื้อขนมด้านในจะขาวนุ่ม มากๆ



มีไส้แอปเปิ้ลหวานอมเปรี้ยว หอมกลิ่นแอปเปิ้ล อร่อยจริงๆ



โดย...แม่ห่าน










Sunday, August 16, 2009

น้องดานาร้อง นาซีร


นาซีร เป็นการท่องบทกลอนภาษาอาหรับ หรือการร้องเพลง โดยมีเครื่องดนตรีไม่เกิน 3 ชนิด เนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่เป็นการร้องเพื่อสรรเสริญคุณความดีของบรรดาศาสนา ในศาสนาอิสลาม หรือบรรดาเศาะหบะห์ทั้งหลาย

น้องดานาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองซักเท่าไหร่ แต่ก็ชอบที่ได้จะขึ้นเวทีแสดงทั้งหลาย คราวนี้น้องดานาตั้งใจมาก เพราะเป็นการร้องเพลงร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่มที่เรียนศาสนาในวันเสาร์ อาทิตน์ ไม่ใช่แสดงที่โรงเรียนในงานประจำปี

ก่อนขึ้นแสดง 2 วัน น้องดานาไม่สบายด้วยหยุดเรียนไป 2 วัน ตอนเย็นก็ยังขอไปซ้อมร้องเพลงกับเพื่อนๆ เสียงแหบเสียงแห้งเชียว วันนี้ก็ยังไม่หายดีแต่แม่ก็อนุญาตให้เขาไปขึ้นเวทีตามที่เขาต้องการ แม้เป็นห่วงอาการไอของเขาก็ตาม


น้องดีนีย์ เจ้าคนเล็ก อยากขึ้นเวทีด้วย เขาเสียใจพอสมควรที่คุณครูไม่เลือก เพราะยังเล็กเกินไป สองคนนี้เขาติดกันมาก น้องก็ไปนั่งเฝ้าพี่ซ้อมตลอดเวลา ขนาดตอนพี่ขึ้นเวที ตัวเองง่วงนอนจนตาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ ก็ยังฝืนทน



แม่ก็ต้องอุ้มเจ้าคนเล็ก เพื่อไปยืนให้กำลังใจเจ้าคนโต



มาฟังเสียงร้องสดๆ กันมั๊ยคะ


Friday, August 14, 2009

ไก่หยอง










ช่วงนี้ชาวก้นครัวกำลังเห่อการทำขนมปัง แม่ห่านเองก็บ้าขนมปังขึ้นสมอง ทำจนลูกๆ เริ่มเบื่อกันแล้ว และชาวก้นครัวก็ฮิตทำขนมปังหมูหยองกันซะเหลือเกิน แม่ห่านเองอยากทำบ้าง แต่ติดที่หาซื้อไก่หยองของแบบที่มีฮาลาลไม่ค่อยได้ วันนี้แม่ห่านก็เลยลงมือทำไก่หยองซะเอง โดยทำแบบมั่วๆ และส่วนผสมก็มั่วเอา จำได้ว่าเคยอ่านในเน็ตผ่านตาไปบ้าง เขาใช้ผงพะโล้ในการต้มเนื้อหมูเพื่อทำหมูหยอง แต่ที่บ้านไม่มีผงพะโล้ พวกเครื่องเทศก็มีแต่พวกอบเชย พริกไทยดำเท่านั้น ก็เลยใส่ไปเท่าที่มี

ส่วนผสมมีดังนี้

1. ผงอบเชย 4 ช้อนโต๊ะ

2. พริกไทยดำป่น 2 ช้อนโต๊ะ

3. ซีอิ้วขาว 6 ช้อนโต๊ะ

4. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

5. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

6. เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม (เนื้อหน้าอก)

วิธีทำ

1. ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด พยายามเลาะหนังออกให้หมด แล้ววางลงในหม้อ

2. ส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้ากัน แล้วเทราดลงในหม้อให้ท่วมเนื้อไก่

3. ตั้งไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ และช้อนฟองออกบ่อยจนน้ำเริ่มงวดและเนื้อไก่เริ่มเปี่อยยุ่ย

4. ใช้ทัพพีหรือช้อนส้อมเขี่ยให้เนื้อไก่แยกออกเป็นฝอยๆ และน้ำของเครื่องปรุงเริ่มซึมเข้าในเนื้อไก่

5. พยายามแยกเนื้อให้เป็นฝอยให้ได้มากที่สุด แล้วรวนไปเรื่อยๆ จนเนื้อไก่แห้ง ถึงจุดนี้แม่ห่านเทจากหม้อมาใส่กระทะแล้วรวนในกระทะเพื่อจะได้กว้างๆ หน่อย

แม่ห่านได้โพสต์เมนูนี้ไว้ที่ก้นครัว และได้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าบางคนเขาใช้ช้อนส้อมขูดเนื้อที่ต้มสุกให้เป็นฝอยๆ ก่อนจึงค่อยไปผัด จะได้เนื้อที่ฟูหยองดี ไว้วันหลังจะลองทำดูบ้าง

จริงๆ แค่นี้ก็น่ากินมากแล้วค่ะ



โดย...แม่ห่าน

Thursday, August 13, 2009

ไปโรงเรียนคนเดียว










หลังจากวันแม่ที่ไปเล่นน้ำกันจนตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำกลับมาดานาก็ไม่สบาย ตื่นเช้ามาปวดหัว แม่ก็เลยให้หยุดโรงเรียนไปก่อน ทีนี้มาถึงเจ้าคนเล็ก จริงๆ ก็มีอาการไอเล็กน้อยเหมือนกัน ตอนแรกก็จะให้หยุดทั้ง 2 คน แต่คราวนี้มาแปลก บอกว่าไม่หยุดจะไปโรงเรียน มีการบ้านต้องส่งครู แม่ก็ตามใจอยากไปก็ไป แต่แม่ก็แอบไปคุยกับคุณครูไว้ก่อน เพราะเจ้าคนเล็กค่อนข้างจะติดพี่มากๆ พี่เองก็เป็นห่วงน้องเหมือนกัน ช่วยใส่เสื้อผ้าให้

ที่เห็นใส่ชุดเหมือนนักบินอวกาศเพราะฝนตกหนักมาทั้งคืน แม่ก็เลยใส่เสื้อกันฝนให้ลูก และต้องใส่หน้ากากด้วย เพราะตัวเองก็มีอาการไม่สบายมีอาการไอเล็กน้อย และหน้านี้หวัด 2009 ก็ยังระบาดอยู่ ใส่ป้องกันตัวเองด้วย ป้องกันการติดเพื่อนด้วย ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า


ก่อนขึ้นรถไปโรงเรียน ดานา ก็สั่งเสียน้องซะมากมาย บอกว่า "ถ้าอยากซื้อขนมกินให้ไปหาเพื่อนพี่ก็ได้ หรือให้บอกคุณครูก็ได้นะ" น้องก็พยักหน้ารับคำ แต่ตอนนั่งรถมาก็ดูซึมๆ เล็กน้อย แล้วก็บอกว่าแม่ว่าอยากอยู่กับดานา แม่รีบบอกว่า ไม่เป็นไรนะลูก ตอนเย็นก็ได้กลับมาหาดานาแล้ว เดี๋ยวมาม๊ะไปเจอคุณครูก่อน แล้วตอนเย็นให้คุณครูไปส่งหนูถึงรถ และซื้อขนมให้หนูกินด้วย เขาก็พยักหน้า แต่ทำหน้าซึมๆ

แม่ไปคุยกับคุณครูก่อนเข้าชั้นเรียน บอกให้คุณครูช่วยๆ ดูด้วย เพราะวันนี้เขาไม่มีพี่มาโรงเรียน และเขาค่อนข้างติดพี่มาก ทำอะไรเองไม่ค่อยได้ ให้คุณครูดูแลพิเศษหน่อย ซึ่งจริงๆ ก็ดีซะอีก ที่จะต้องฝึกให้เขาอยู่ด้วยตัวเองบ้าง จะหวังพึ่งพี่ทุกอย่างไม่ได้ วันหนึ่งพี่ก็จะต้องเดินไปตามทางของพี่

สู้ สู้ นะลูกรัก



โดย...แม่ห่าน