Thursday, July 09, 2009

แกงเนื้อกับหน่อเหรียง






ผ่านวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน แม่ห่านเจอว่าหน้าหมู่บ้านมีหน่อเหรียงมาขาย และมีเครื่องแกงใต้ด้วย ไม่รอช้าเลยค่ะ น้ำพริกแกงเผ็ด และหน่อเหรียงกลับมาทันที ก่อนจะแวะไปอีกที่เพื่อซื้อเนื้อมาอีกครึ่งกิโล ก่อนจะไปทำแกงเรามารู้จักหน่อเหรียงกันก่อนดีมั๊ย

"เหรียง" เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ตระกูลถั่ว สูงประมาณ 30-50 เมตร โคนต้นเป็นพูพอนสูงๆ ลำต้นค่อนข้างเกลี้ยงไม่ค่อยมีกิ่งก้านที่ลำต้น เปลือกเรียบและหนาสีเทาปนเขียวอ่อนมีกลิ่นฉุน กิ่งก้านมีขนประปราย ลักษณะทั่วไปคล้ายกับสะตอแต่พุ่มแน่นและเขียวทึบกว่าสะตอ



ดอก เป็นช่อคล้ายสะตอออกที่ปลายยอด เป็นก้านยาวสีเขียวสลับน้ำตาล ขนาดกว้าง 2 ซม. ยาว 5 ซม. ผล เป็นฝักตรง กว้างประมาณ 3-4 ซม. ยาวประมาณ 20-30 ซม. ฝักแก่เต็มที่จะมีสีดำเปลือกฝักแข็ง เมล็ด รูปไข่ 1 ฝัก มีเมล็ดประมาณ 15-20 เมล็ด เมล็ดขนาด 11x20 มม. เปลือกเมล็ดหนาสีคล้ำหรือดำ เนื้อในเมล็ดมีสีเขียวเข้มและมีกลิ่นฉุน ส่วนที่ใช้บริโภค เมล็ดแก่ เมื่อตัดส่วนปลายนำไปเพาะให้แตกรากสั้นๆ



"ลูกเหรียง" ลูกเหรียงเป็นลูกของต้นเหรียง เอามาหมานคือเพาะให้งอก ทำนองเดียวกับถั่วงอก ลูกเหรียงสีเขียวจึงมีหาง คือรากที่งอกออกมา เคี้ยวดี เคี้ยวอร่อย พบลูกเหรียงได้ในกระจาดผักเหนาะ คือ ผักที่เอาไว้กินแกล้มอาหาร โดยเฉพาะอาหารเผ็ด ๆ เรียกว่ากระจาดผักดับเพลิงก็ได้ เพราะเวลาเผ็ดมาด ๆ เหมือนไฟลุกในปาก ต้องลากกระจาดผักมาวางข้าง ๆ กินผักต่าง ๆ ดับเผ็ด ให้ความสดชื่นคืนมา


วันนี้แม่ห่านนำเสนอ แกงเนื้อกับหน่อเหรียง

วัตถุดิบ
1. หน่อเหรียง (เหรียงหมาน, เหรียงเพาะ) 2 ขีด

2. เนื้อ 1/2 กก.

3. น้ำกะทิ 200 กรัม

4. น้ำพริกแกงเผ็ดไต้ 1 ขีด


5. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

6. น้ำตาลเล็กน้อย


วิธีทำ
1. แล่เนื้อให้บางๆ แล้วใส่หม้อปิดฝาให้สนิทตั้งไฟปานกลาง(ไม่ต้องใส่น้ำ) ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อนุ่ม

2. เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ละลายเครื่องแกง กะปิ ด้วยหางกะทิเล็กน้อย ใส่ในหม้อ ปิดฝาทิ้งไว้ให้เดือดอีกครั้งประมาณ 3 นาที แล้วใช้ทัพพีคนดู


3. เติมหัวกะทิพอท่วมเนื้อเล็กน้อย แล้วใส่หน่อเหรียงลงไป บางสูตรเขาเด็ดหางออกก่อน แต่แม่ห่านชอบกินทิ้งหางแบบนี้แหละ อร่อยดี


4. ชิมรสชาดตามชอบ แม่ห่านเติมน้ำตาลเล็กน้อยประมาณ 1 ช้อนชา ปิดฝาอีกประมาณ 3 นาที ยกลง




โดย...แม่ห่าน

No comments: