Tuesday, July 07, 2009

มัพฟินขนุน


ขนุน เป็นไม้มงคลที่เป็นทั้งผลไม้ และไม้ประดับ ลักษณะเป็นต้นขนาดใหญ่ที่ดูแลรักษาง่าย ผู้คนชอบปลูกเมื่อสร้างบ้านใหม่ โดยนิยมปลูกไว้หลังบ้าน เชื่อว่าเป็นการหนุนให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป อีกทั้งเป็นไม้ทรงพุ่มและใบค่อนข้างทึบสามารถปลูกให้ร่มเงาได้ดี ลำต้นสามารถใช้ทำเครื่องเรือน หรือเครื่องดนตรี เพราะแก่นของไม้ขนุนปลวกและราไม่ขึ้น


ประโยชน์ด้านใหญ่ของขนุนคือการใช้เป็นอาหาร สามารถกินได้ตั้งแต่ผลอ่อนจัดเป็นอาหารจำพวกผัก ชาวเหนือทำเป็นซุปบักมี่ ชาวใต้นิยมใช้ผลอ่อนแกงกับเนื้อสัตว์ต่างๆ หรือลวกจิ้มน้ำพริก

ผลโตและสุกเต็มที่จะให้เนื้อสีเหลืองอ่อนจนไปถึงสีส้ม ขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ รวมถึงความหนาของเนื้อขนุนด้วย เนื้อขนุนมีความหวาน หอมที่เป็นเอกลักษณ์ ลักษณะเป็นเมือกช่วยในการหล่อลื่นของลำไส้ หากรับประทานในพอเหมาะจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ แต่ถ้ามากเกินไปก็อาจทำให้ท้องอืดได้


ขนุน เป็นที่นิยมของร้านขนมหวานน้ำแข็งไส ที่ใช้เนื้อขนุนหั่นเป็นเส้นบางๆ ลอยหน้าในน้ำเชื่อม หรือขนมหวานไทยอื่นๆ ส่วนเม็ดขนุนก็สามารถรับประทานได้ ให้พลังงานและโปรตีนสูงรวมถึงวิตามินและเกลือแร่ ชาวจีนเชื่อว่าเม็ดขนุนมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมมารดาในช่วงหลังคลอด




ปัจจุบันมีการนำขนุนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาในช่วงที่มีผลผลิตล้นตลาด ส่วนในวงการเบเกอรี่ก็มีการนำมาผสมในเค้ก คุกกี้ หรือขนมอบอื่นๆ วันนี้จึงขอนำเสนอมัพฟินขนุน
ส่วนผสม
แป้งเค้กสาลีเอนกประสงค์ 350 กรัม
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา ¾ ช้อนชา
ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
วานิลา 1 ช้อนชา
เนยสด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง
นมข้นจืด 300 กรัม (สูตรต้นฉบับใช้วิปครีม)
เนื้อขนุนสดซอยฝอย 200 กรัม (ใช้จริง 300 กรัม)







































วิธีทำ
1. วอล์มเตาไว้ที่ 200 องศา
2. ร่อนแป้งสาลีกับเกลือป่น เบคกิ้งโซดา และผงฟูให้เข้ากัน 2 ครั้ง
3. ตีเนยกับจนขึ้นฟูแล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายทั้งสองชนิดจนหมดจนและฟูขาว
4. ใส่ไข่ทีละฟองตีจนเข้ากันดี เติมแป้งสลับกับนมจนหมด แล้วตีให้เข้ากัน
5. เติมเนื้อขนุน ใช้พายยางคนผสมจนเข้ากัน
6. ตักส่วนผสมใส่พิมพ์ นำเข้าเตาอบใช้ไฟบน – ล่าง นานประมาณ 15 – 17 นาที หรือจนกระทั่งสุก























อบเสร็จก็ออกมาหอมกลิ่นขนุนไปทั่วบ้าน อร่อยมากๆ ค่ะ




























โดย...แม่ห่าน





























No comments: