Thursday, July 16, 2009

ไข้หวัดใหญ่ 2009



ช่วงนี้ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดไปทั่ว ไม่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่ระบาดไปทั่วโลก และมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนและสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว

แม่ห่านเองก็เป็นไข้หวัดช่วงแรกๆ ที่เกิดไข้หวัดนี้ขึ้น ตอนนั้นก็สร้างความหวาดกลัวให้กับเพื่อนร่วมงานถึงกับโดนไล่กลับบ้าน และแพทย์ที่รักษาเองก็ขอให้เฝ้าระวัง มีการนัดดูอาการเป็นระยะๆ แต่ตอนนั้นไม่มีเหตุที่แสดงให้เห็นถึงสภาพการติดเชื้อได้ เพราะไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศมา สุดท้ายก็หายดีโดยที่ไม่ได้เป็นไข้หวัดดังกล่าว ยังเสียดายอยู่ว่า "ถ้าเป็นก็ดีเนอะ จะได้มีภูมิคุ้มกันไปตลอด" อิ อิ อิ

อาทิตย์ที่ผ่านมาเด็กๆ ที่บ้านก็เป็นกันทั้ง 2 คน เจ้าดานา ลูกสาวคนโตเป็นหนักหน่อย ตัวร้อนสูงตลอด เช็ดตัวแล้วไข้ก็ไม่ลด เข้าข่ายตามที่เขาว่ากัน หมอก็สั่งให้พักอยู่กับบ้านและติดตามอาการตลอดเช่นกัน แม้ระยะหลังอาการไข้จะไม่สูง และมีอาการว่าจะหายเป็นปกติ หมอก็ยังนัดตรวจและติดตามอาการเพราะในเขตบ้านพักมีผู้ติดเชื้อไข้นี้แล้ว

สำหรับคนที่เป็นมุสลิมและนับถือในพระเจ้าเช่นแม่ห่าน ต่างก็ไม่ได้หวาดกลัวและตื่นตระหนกกับสถานการณ์เช่นนี้ เพราะเราต่างก็รู้กันดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และไม่สามารถห้ามได้(หากเป็นความประสงค์ของพระองค์) ทุกคนต้องรู้จักที่จะอยู่ร่วมกับเชื้อโรคทั้งหลาย และบรรดาสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้ และต้องเรียนรู้ที่จะดูแลและป้องกันตัวเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ประทานมาให้ ต่อให้เราพยายามหลีกเลี่ยงแค่ไหน เป็นเจ้าแม่ความสะอาดอย่างไร ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หากถึงเวลาที่จะต้องเป็น

ครอบครัวแม่ห่านก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ แม้แต่ช่วงที่เจ้าตัวเล็กไม่สบาย หรือเพื่อนไม่สบาย ก็ยังให้ลูกเล่นกับเพื่อนทำกิจกรรมกับเพื่อนตามปกติ แต่ก็ให้เล่นกันในสถานที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อยู่ในที่อับชื้อที่จะทำให้เป็นตัวช่วยในการแพร่เชื้อ แต่ก็เฝ้าระวังและดูแลเพิ่มขึ้นบ้าง

มาตรปิดโรงเรียน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยได้รึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ทำให้เด็กอยู่บ้านจนเบื่อ เจ้าตัวเล็ก 2 คนที่บ้าน เล่นอยู่กับบ้านจนทะเลาะกันเองบ้าง ดีกันบ้าง เพราะอยู่บ้านทุกวันทำกิจกรรมซ้ำๆ กันจนเบื่อ จึงไม่รู้ว่ามาตรการนี้จะดีหรือไม่ดี


มาดูกันหน่อยว่ามาตรการป้องกันตัวเองตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำควรจะเป็นอย่างไร

วิธีป้องกันและควบคุมไข้หวัด 2009



ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ส่วนใหญ่มีอาการน้อยและหายได้โดยไม่ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล

สำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่มากในต่างประเทศที่เสียชีวิต มักเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน เป็นต้น ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และหญิงมีครรภ์

สำหรับวิธีการติดต่อและวิธีการป้องกันโรค จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดา กระทรวงสาธารณสุข จึงขอให้คำแนะนำในการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) ดังต่อไปนี้

คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป

1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ

2. ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น

3. ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด

4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มน้ำมากๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน โดยไม่จำเป็น

6. ติดตามคำแนะนำอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

1. หากมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูง ไม่ซึม และรับประทานอาหารได้ สามารถรักษาตามอาการด้วยตนเองที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ควรใช้พาราเซตามอลเพื่อลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพริน) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ

2. ควรหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

3. สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่น หรือใช้กระดาษทิชชู ผ้าเช็ดหน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม

4. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม

5. หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม ควรรีบไปพบแพทย์

คำแนะนำสำหรับสถานศึกษา

1. แนะนำให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้านหรือหอพัก หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

2. ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่ขาดเรียนในแต่ละวัน หากพบขาดเรียนผิดปกติ หรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค

3. แนะนำให้นักเรียนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วัน ถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน

4. หากสถานศึกษาสามารถให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ทุกคนหยุดเรียนได้ ก็จะป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดี และไม่จำเป็นต้องปิดสถานศึกษา แต่หากจะพิจารณาปิดสถานศึกษา ควรหารือร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

5. ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง จัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง

คำแนะนำสำหรับสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน

1. แนะนำให้พนักงานที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้าน หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

2. ตรวจสอบจำนวนพนักงานที่ขาดงานในแต่ละวัน หากพบขาดงานผิดปกติ หรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในแผนกเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค

3. แนะนำให้พนักงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วัน ถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน

4. ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่แนะนำให้ปิดสถานประกอบการหรือสถานที่ทำงาน เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

5. ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะทำงาน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกทั่วไปเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง จัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง

6. ควรจัดทำแผนการประคองกิจการในสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดการระบาดใหญ่ (ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค http://beid.ddc.moph.go.th)

แหล่งข้อมูลการติดต่อ เพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

1. กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0-2245-8106 , 0-2246-0358 และ 0-2354-1836

2. ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

ติดตามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th และหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรค หมายเลขโทรศัพท์ 0-2590-3333 และศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข หมายเลขโทรศัพท์ 0-2590-1994 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา http://www.thaihealth.or.th

สุดท้าย ขอให้ดูแลสุขภาพกันหน่อยนะคะ



โดย...แม่ห่าน

No comments: