Monday, June 29, 2009

ออสเตรเลีย...บลูเมาท์เทนส์(ทำไมไม่ใช่กาแฟ)

ยังอยู่ในช่วงวันแรกของโปรแกรมซึ่งหลังจากอาหารเที่ยงเรียบร้อย ซึ่งก็เป็นบุพเฟ่ มื้อนี้มีแกะอบให้หลายๆ คนลองลิ้มรสด้วย แต่แม่ห่านไม่ได้ลิ้มลอง เพราะไม่แน่ใจว่ากระบวนการทำจะฮาลาลรึเปล่า ก็เลยรับแต่ประเภทสลัดผัก ผลไม้ มีหอยเชลล์และกุ้งไปบ้าง อิ่มไปหนึ่งมื้อ
หลังจากนั้นตามโปรแกรมก็จะไปเยี่ยมหุบเขา "บลูเมาท์เทนส์" ซึ่งตั้งใจเต็มที่จะไปดูว่าที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดกาแฟสดรึเปล่า เห็นกาแฟสดบ้านเรามีรสนี้ด้วย






ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่ค่ะ "บลูเมาท์เทนส์" เป็นหุบเขาสัญลักษณ์ 3 สาว ในตำนานแห่งยักษ์ อะบอริจิ้น อยู่ห่างไปทางตะวันตกของซิดนีย์ประมาณ 110 กิโลเมตร หรือใช้เวลาขับรถประมาณ 90 นาที

หญิงสาวที่ว่ากันว่าเป็นต้นตำนาน The three sisters ที่มาหลงรักชายหนุ่มคนเดียวกัน สุดท้ายก็จบชีวิตลงไปพร้อมๆ กันและนั่งเรียงรายกันอยู่ที่หน้าผาแห่งนี้ ที่ Katoomba หรือ คาทูมบ้า เป็นจุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็น ก้อนหินรูปร่างคล้ายหญิงสาวสามคนเรียงกันที่มี





ชื่อเสียงหรือที่เรียกกันว่า The three sisters
นี่คือ 3 สาว ที่ปั้นไว้ก่อนลงไปเยี่ยมชมหุบเขา
บลู เมาเท่นส์ เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ทั้งหมด 247,000 เฮคเตอร์ พื้นที่ป่าอันยิ่งใหญ่ของภูเขาและหุบเขานั้นมีอายุยาวนานกว่าหลายล้านปี








บลูเมาเทนส์เป็นเขตวนอุทยานแห่งชาติที่ปกคลุมไปด้วยกัม ต้นไม้ตระกูลยูคาลิปตัส ซึ่งมีใบสีเขียวเข้มไอระเหยของน้ำมันที่ออกจากใบกัมปกคลุม ไปทั่วหุบเขา เมื่อมองดูจากไกล ๆ จะเห็นทิวเขาที่ปกคลุมด้วยต้นกัมกลายเป็นสีน้ำเงิน ที่เห็นและรู้จักมีต้นไม้หน้าตาเหมือนผักกูดที่นำมาลวกจิ้มน้ำพริก(ทางปักษ์ใต้)









เดิมด้านล่างของหุบเขาเป็นการทำเหมืองถ่านหิน เมื่อเลิกดำเนินการจึงมีการทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว การลงไปชมหุบเขาบลูเมาท์เทนส์ ใช้การลงด้วยรถรางไฟฟ้าซึ่งเดิมใช้ขนถ่ายหินจากเหมืองขึ้นมาข้างบน ให้บรรยากาศคล้ายๆ รถรางในสวนสนุกเล็กน้อย

ด้านล่างจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เหมืองถ่านหิน และเส้นทางชมธรรมชาติ ขากลับนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นด้านบน ซึ่งเจอฝนตกตอนขาขึ้น ก็เลยไม่ได้ถ่ายภาพบรรยากาศสวยๆ จากกระเช้าไฟฟ้า ระหว่างที่รอฝนหยุด ก็ได้เดินดูร้านจำหน่ายของที่ระลึกในร้านเล็กน้อย และก็ได้เจ้าตุ๊กตาจิงโจ้ที่มีสัญลักษณ์ “บลูเมาท์เทนส์” แต่จริงๆ ผลิตในจีน มาฝากลูกๆ คนละตัว ราคาก็แพงพอสมควรคิดเงินไทยก็ตัวละ 380 บาท ยังไงก็ต้องหาของฝากให้ลูกอยู่ดีนั่นแหละ แถมด้วยโปสการ์ดอีกหลายใบ ตกใบละประมาณ 8 – 10 บาท







ฝนหยุดไกด์ก็ไล่ต้อนให้รีบขึ้นรถ เพราะต้องนั่งรถยาวไปถึง Canberra นั่งรถยาวพอสมควร สภาพบ้านเมืองสองข้างทาง ทั้งป้ายรถเมล์ที่สะอ้านสะอ้าน และน่าอยู่พอสมควร












ป้ายบอกทางไปเมืองลิเวอร์พูล ในซิดนีย์
ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่อพยพมาจากอังกฤษ ผู้คนก็ยังตั้งชื้อเมืองเหมือนที่เคยอยู่กันในอดีต อย่างที่เห็นเป็นป้ายบอกทางไปเมืองลิเวอร์พูล เมืองแห่งทีมฟุตบอลชื่อดังของเกาะอังกฤษ แตย่อมาอยู่ที่ซิดนีย์แทน










จากซิดนีย์ไปแคนเบอร์ร่า ระยะทางไกลพอสมควร แต่เส้นทางค่อนข้างสะดวกสบาย สองข้างทางเป็นทุ่งปศุสัตว์ ที่เป็นทุ่งเลี้ยงวัวบ้าง แกะ บ้างสลับกับต้นไม้รูปร่างแปลกๆ ให้เห็นท้าง 2 ข้างทางบางส่วนก็ถ่ายภาพเก็บไว้ พักจอดรถเป็นระยะเพื่อเข้าห้องน้ำ และหาของกินเล่นกันบ้าง










ถึงแคนเบอร์ร่าประมาณ 2 ทุ่ม (บ้านเราประมาณ 4 โมงเย็น) แคนเบอร์ร่าเป็นเมืองหลวงของออสเตรเลียแต่ค่อนข้างเงียบสงบ สวยงาม เวลาที่ไปถึงนั้นบ้านเรือนส่วนใหญ่เข้านอนกันหมดแล้ว เราเช็คอินเข้าพักกันที่ Heritage เป็นโรงแรมเล็กๆ สไตล์รีสอร์ท แต่สะดวกสบายทุกอย่าง

ก่อนนอนก็เขียน Post card ฝากเพื่อนๆ และเจ้าลิง 2 ตัวที่บ้านซักหน่อย

โดย...แม่ห่าน





No comments: