Monday, June 29, 2009

เค้กส้ม




วันนี้ขอนำเสนอเค้กส้มแสนอร่อย สูตรฮิตจากก้นครัว สูตรนี้เป็นสูตรในตำนานของก้นครัว เจ้าของสูตรดั้งเดิมคือคุณแหม่ม หรือเจ้าของนามแฝงและนามปากกาว่า “tiara” แม่บ้านที่เก่งทั้งเรื่องทำขนมและเขียนหนังสือ คนที่นำสูตรนี้มาดัดแปลงและเผยแพร่จนกลายเป็นตำนานของเค้กส้มในก้นครัวคือ คุณวรรณ แมวอ้วน แม่ห่านใช้ความพยายามเยอะเหมือนกันที่จะพยายามทำเจ้าสปันจ์เค้กให้นุ่มอร่อย เนื้อไม่แห้ง และไม่เป็นไต เดี๋ยวนี้ก็ถือว่าเนื้อเค้กพอใช้ได้แล้ว

มาดูส่วนผสมกันค่ะ
1. แป้งเค้ก 100 กรัม
2. น้ำตาลทรายป่น 80 กรัม
3. เกลือ1 / 4 ช้อนชา
4. ผงฟู 1 ช้อนชา
5. เนยจืด 80 กรัม
6. นมข้นจืด 40 กรัม
7. น้ำ 40 กรัม
8. ไข่เบอร์ 0 3 ฟอง
9. เอสพี 10 กรัม
10. กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา
ตอนนี้มาดูวิธีทำกัน
1.วอร์มเตาอบ ไฟบน-ล่าง อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส
2.ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน
3.ไข่ นม น้ำ น้ำตาล เทรวมกันในอ่างผสม ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ ตีด้วยความเร็วสูง 5 นาที หรือจนกว่าจะใช้พายตักส่วนผสมขึ้นมา หงายพายขึ้น ส่วนผสมจะไม่หยด
4.ปิดเครื่อง ใส่แป้งที่ร่อนลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที
5.เปลี่ยนสปีดเป็นสูงสุด ตีต่ออีก 6 นาที ปิดเครื่อง ใช้พายปาดอ่าง ตีด้วยสปีดต่ำ 1 นาที แล้วใส่เนยละลาย ทยอยใส่ทีละช้อน หรือเทให้เป็นสาย ใส่กลิ่นส้ม ตีต่ออีก 2 นาที ระหว่างนี้ ใช้พายปาดอ่างไปด้วย เพื่อให้เนยเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ป้องกันเค้กเป็นไต เมื่อครบ 2 นาทีแล้วตีด้วยความเร็วสูงสุด 10 วินาที ปิดเครื่อง แล้วใช้พายปาดจากก้นอ่างขึ้นมา คนให้เข้ากันอีกที
6.แล้วเทลงพิมพ์ 3 ปอนด์ ที่รองด้วยกระดาษไข นำเข้าอบประมาณ 25 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก
7.พอเค้กสุก นำออกจากเตา กระแทกพิมพ์แรงๆ 1 ครั้ง แล้วพักไว้ประมาณ 10 นาที จึงคว่ำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็น แล้วสไลด์เค้กออกเป็น 2 หรือ 3 เลเยอร์ตามชอบ


ส่วนผสมหน้าส้ม
1. น้ำ 400 กรัม
2. น้ำตาล 120 กรัม
3. แป้งกวนใส้ 40 กรัม
4. เนยจืด 60 กรัม
5. น้ำส้มเข้มข้น (ซันควิก) 80 กรัม
วิธีกวนหน้าส้ม
1.กวนหน้าส้ม โดยนำทุกอย่างยกเว้นเนย เทลงหม้อ แล้วตั้งไฟอ่อน คนด้วยตระกร้อมือ จนส่วนผสมข้น สังเกตุเห็นรอยตระกร้อ แล้วจึงปิดไฟ ใส่เนยลงไป คนให้เนยละลาย
2.นำซอสส้มที่กวน มาปาดระหว่างเลเยอร์ สำหรับวิธีเทหน้าส้มราดเค้กนั้น ให้ยกหม้อที่ใส่ซอสส้ม ขึ้นสูงๆ เทลงไปตรงกลางเค้กจุดเดียว ให้ซอสส้มไหลลงไปจนถึงขอบเค้กแล้วหยุด หลังจากนั้นจึงใช้ไพ่ หรือสปาร์ตูล่าร์ ปาดเก็บขอบเค้กให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเพื่อให้เค้กเซ็ทตัวจึงตัดรับประทานได้


No comments: