Sunday, June 28, 2009

ออสเตรเลีย...ท่องแดนจิงโจ้ดูหมีโคอะล่า



ถ้าไม่นับการไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาราเบีย ซึ่งไปกับครอบครัวตั้งแต่วัยเด็ก การเดินทางไปออสเตรเลียครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศที่ไกลที่สุด นอกนั้นก็เป็นประเทศแถบชายแดนเพื่อนบ้าน หรือแถบเอเชียด้วยกัน

ทริปนี้ร่วมคณะไปศึกษาดูงานกับผู้บริหารของที่ทำงาน ก็นับเป็นเรื่องดีที่ผู้ใหญ่ท่านให้โอกาส ได้เห็นโลกด้านนอกกับเขาบ้าง


ก่อนเดินทางก็หาหนังสือท่องเที่ยวออสเตรเลีย และหารายละเอียดเกี่ยวกับจุดที่ไปเที่ยวมาอ่านหลายเล่มอยู่เหมือนกัน เพื่อนๆ บางคนเตรียมคำตอบเผื่อโดนศุลกากรซักไว้ ตัวเองก็แค่หาข้อมูลพื้นฐานไว้ พร้อมกับแลกเงินไปเพื่อใช้ส่วนตัวเล็กน้อย กับเผื่อซื้อของฝากกลับบ้านเล็กๆ น้อยๆ เพราะเป็นคนเงินน้อย


ช่วงที่เดินทางอัตราแลกเปลี่ยน 31 บาทกว่าๆ (เวลาจะคิดก็คิด 32 บาทไปเลย)

“ออสเตรเลีย” ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะประเทศเป็นเกาะ ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุขพื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และรัฐทัสเมเนียมีความอุดมสมบูรณ์มาก ฝนตกชุก ที่นี่มีสัตว์และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในดินแดนอื่น เช่น จิงโจ้ โคอะล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด
สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไป จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนียประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส
· ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
· ฤดูร้อน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัดและอาจมีไฟป่า
· ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม-พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่า ฝนจะตกชุก บางแห่งอาจมีน้ำท่วม
· ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม อากาศเย็นจัดมีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป
http://www.edage.co.th/australia.htm


ช่วงที่ไปเป็นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งยังมีฝน และอากาศกำลังสบายสำหรับคน เวลาของประเทศออสเตรเลียเร็วกว่าประเทศประมาณเกือบ 4 ชม.

เป็นครั้งแรกสำหรับสนามบินสุวรรณภูมิเช่นกัน เครื่องออก 5 โมงเย็น ไปถึงสนามบินกันตั้งแต่บ่าย 3 โมง โดยสายการบิน QANTAS QF0302 ซึ่งเป็นเครื่องโบอิ้ง 747 ซึ่งนั่งแออัดไปด้วยผู้โดยสารเต็มลำ ตอนเดินทางตั้งใจจะนอนให้หลับ แต่อากาศภายในค่อนข้างร้อน และอึดอัด

ถึงสนามบิน Sydney ตอนเช้า เข้ากระบวนการศุลกากร ออสเตรเลียเป็นประเทศที่เข้มงวดเรื่องคนเข้าเมืองค่อนข้างมาก ทั้งคน อาหารและอุปกรณ์ต่างๆ แอบเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มนักกีฬากลุ่มหนึ่ง ถึงขนาดให้ถอดรองเท้ากีฬาออกมาเคาะ เพราะเขาเกรงเรื่องปัญหาพันธุ์พืช
ตัวเองผ่านด่านศุลกากรไปได้อย่างไม่ยากเย็น เพื่อนร่วมทริป 2 คนโดนเรียกตรวจสอบ และค้นกระเป๋า แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี


ไกด์นัดรถมารับ และพาไปทานอาหารเช้า และเที่ยวต่อเลย ไม่ได้อาบน้ำเพราะคืนแรกเราจะไปพักกันที่ Canberra แล้วค่อยกลับมา Sydney อีกครั้ง
อาหารเช้ามื้อแรกในออสเตรเลียเป็นภัตาคารอาหารจีน กินอาหารจีนแบบจืดชืด ซึ่งได้แจ้งให้เขาจัดอาหารประเภทผักไม่ใส่เนื้อสัตว์แยกต่างหากให้ หรือถ้าเป็นเนื้อสัตว์ขอให้เป็นสัตว์ทะเลมาให้ ลำบากดีแท้ สำหรับมุสลิมที่ร่วมคณะไปด้วย


โปรแกรมแรกเป็นการนำชมสัตว์พื้นเมืองของออสเตรเลีย
จริงๆ แล้วปัจจุบันสวนสัตว์ดีๆ บ้านเราก็มีสัตว์ของประเทศอื่นๆ ให้ดูดาษดื่น แต่มีโอกาสมาถึงประเทศเขาแล้ว จะไม่ดูก็กระไรอยู่










เจ้าตัววอมแบต
"Wombat" เป็นสัตว์พื้นเมืองออสเตรเลีย และทัสมาเนีย อยู่ในตระกูลเดียวกับจิงโจ้ เป็นพวกมีกระเป๋าหน้าท้อง ใช้เป็นที่อาศัยของลูกอ่อน เช่นกัน แต่รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง วอมแบตมีขนปุกปุยอ่อนนุ่มน่ารักรองๆ มันเป็นตัวละครในตำนานหลายเรื่องของชาวอะบอริจิน










โคอะลา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ชนิดหนึ่ง ที่มีถุงหน้าท้องใช้เลี้ยงลูก อาศัยหากินบนต้นไม้ มีลักษณะคล้ายหมีตัวเล็ก ๆ มีน้ำหนักประมาณ 9 กิโลกรัม มีขนหนานุ่มสีขี้เถ้า มีขนสีน้ำตาลเป็นบางที่ โคอะลา ได้ชี่อจากชนพื้นเมืองโบราณของออสเตรเลีย ซึ่งหมายถึง “ตัวที่ไม่ดื่มน้ำ” โคอะลา ได้รับน้ำส่วนใหญ่จากใบยูคาลิปตัสที่เป็นอาหารถึง 90 % โคอะลาอาจดื่มน้ำบ้างเมื่อป่วยหรือในช่วงฤดูแล้งเมื่อใบยูคาลิปตัสแห้ง โคอะลาอยู่รวมกันเป็นฝูงแต่ละตัวมีอาณาเขตครอบครองส่วนตัวๆประกอบด้วยต้นยูคาลิปตัส ซึ่งใช้เป็นที่หากิน ที่อยู่ ที่หลบแดด หลบฝน และเป็นที่ทำกิจกรรมต่างๆ อาณาเขตครอบครองส่วนตัวของโคอะลามีขนาดแตกต่างกันไปตามคุณภาพของป่ายูคาลิปตัส



เมื่อพูดถึงออสเตรเลีย หลายคนคงต้องนึกถึงเจ้าสัตว์ประหลาดที่ชอบกระโดดไปมา จนเรียกกันติดปากว่า “แดนจิงโจ”
“จิงโจ” หรือ Kangaroo เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างประหลาด ขาหน้าสั้นกว่าขาหลัง ชอบกระโดดและมีกระเป๋าหน้าท้องไว้ใส่ลูกน้อยมัน ซึ่งถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศนี้ และมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศออสเตรเลียเท่านั้น










ถัดมาก็เป็นการสาธิตการเลี้ยงแกะ การต้อนฝูงแกะ และการตัดขนแกะ ท่าทางดูเหมือนเจ้าแกะน่าสงสาร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า เจ้าแกะ มีความสุขมากเวลาได้ตัดขน (ไม่รู้จริงรึเปล่า) แต่มันก็คงจะรำคาญขนของมันพอๆ กันคนไว้ผมยาวรึเปล่า

แต่จริงๆ มันน่าจะเป็นการทรมานสัตว์นะ ไม่รู้หรอกรู้แต่เนื้อแกะอบหน่ะ อร่อยอย่าบอกใครเชียว


โดย...แม่ห่าน

No comments: