Thursday, December 31, 2009

ส่งท้ายปี

Tuesday, December 29, 2009

คริสมาสเค้ก













โจทย์การทำขนมประจำเดือนธันวาคมนี้ เจ้าแม่หน่องคนงาม แห่งก้นครัวตั้งโจทย์ไว้เป็น คริสต์มาส โดยจะทำอะไรก็ได้ แต่ให้เป็นสื่อถึงความเป็นโอกาสของวันคริสต์มาส ตอนแรกแม่ห่านตั้งใจจะทำคุกกี้ ลองไว้หลายสูตร แต่ไม่สวยพอที่เป็นคุกกี้คริสมาสต์ แม่ห่านจึงทำใหม่เป็นเค้กแล้วแต่งหน้าให้มีลวดลายคริสต์มาส โดยใช้เนื้อเค้กเป็นสูตรขอนมบดินที่เคยลงไว้เมื่อ 2 เดือน ที่ผ่านมา สามารถเข้าไปดูได้ตาม link นี้ http://rayrai2009.blogspot.com/2009/10/blog-post_12.html

โดยสูตรและส่วนผสมยังเหมือนเดิม แม่ห่านเพิ่มเติมเล็กน้อยโดยใส่ผงฟูลงไป 1/2 ช้อนชา เพื่อลดเวลาในการหมักแป้งลง จากสูตรเดิมเคยหมักแป้งไว้ไม่น้อยกว่า 8 ชม. เหลือแค่ 4 ชม. ถ้าใครอยากดูสูตรดั้งเดิมให้ตาม link ไปนะคะ


เริ่มต้นด้วยวิธีเหมือนเดิมคือ ทิ้งเนยไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้นิ่มจริงๆ และนิ่มจนเหลว แล้วเทนมข้นหวานใส่ลงไปคนให้เข้ากัน






จากนั้นก็นำส่วนผสมของนมกับเนยไปใส่ในแป้ง แล้วคนให้เข้ากันจนเนียนเป็นเนื้อเดียว หรือจะใช้เครื่องตีช่วยก็ได้ เนื้อจะได้เข้ากันดี แต่ไม่ต้องตีให้ฟู





ตีไข่กับน้ำตาลให้ข้นฟู จนเป็นครีมตั้งยอดแข็ง นำไปผสมกับส่วนผสมแป้งที่พักไว้ โดยแบ่ง 3 รอบ โดยคนเบาๆ ให้เข้ากันดี จากนั้นให้พักแป้งทิ้งไว้ แม่ห่านปิดโถด้วยแผ่นแรป แล้วทิ้งไว้ 4 ชม. (จากสูตรเดิมที่ต้องพักแป้งไว้ไม่น้อยกว่า 8 ชม.)

จุดเด่นของขนมบดิน คือเนื้อนุ่ม แต่ไม่ฟู ถ้าฟูจะเป็นเหมือนเนื้อเค้กทั่วไปไป ขนมบดินเน้นแบบไม่ฟู แต่ต้องนุ่ม




เข้าเตาอบไฟล่าง 160 องศาซี ประมาณ 30 นาที แล้วเปิดไฟบนเพื่อให้หน้าเค้กเหลืองสวยอีกประมาณ 3-4 นาที




แต่งหน้าเค้กด้วยบัตเตอร์ครีมสูตรฮิตของคุณแหม่ม tiara สามารถเข้าไปดูได้ตาม link นี้ค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tiara&month=07-2008&date=31&group=1&gblog=59 คราวนี้แม่ห่านใช้เนื้อครีมที่เหลือไว้คราวก่อน และแช่เก็บไว้ นำออกจากตู้เย็นปล่อยให้คลายเย็นก่อน แล้วคนให้ฟองอากาศหายไป ค่อยนำมาปาดหน้าเค้ก เสร็จแล้วค่อยใช้ของตกแต่งหน้าเค้กตามชอบ







โดย...แม่ห่าน










Monday, December 28, 2009

ศิวา - ราตรี






แม่ห่านเป็นคนชอบอ่านหนังสือพอสมควร ก่อนหน้านี้เวลาว่างเป็นเวลาที่แม่ห่านอาศัยหนังสือเป็นเพื่อน และรักที่จะอยู่กับเพื่อนตัวหนังสือมากๆ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังอยากอ่านอยู่ แต่ด้วยภาระที่ต้องเลี้ยงลูกทำให้เวลาส่วนตัวที่ให้กับหนังสือหายไป และหนังสือที่เคยซื้อเพื่อตัวเอง กลับกลายเป็นหนังสือเด็กๆ ที่จะซื้อให้ลูกแทน


ศิวา - ราตรี เป็นหนังสือชุด 6 เล่ม ใช้เวลาอ่าน 3 วัน และไม่ได้ซื้อเป็นของตัวเอง ยืมเพื่อนมาอ่าน อ่านแล้วก็วางไม่ลง ต้องต่อให้รู้เรื่องตอนต่อไป


ชื่อหนังสือ ศิวา-ราตรี

ผู้เขียน : พนมเทียน

สำนักพิมพ์ : บ้านวรรณกรรม



ทุษยันต์ เวชยันต์ ทัสสยุ สามยุพราชเผ่ามิลักขะ ผู้ประสูติในกาลเวลาไล่เลี่ยกัน ทรงสิริลักษณ์ประพิมพ์ประพายประหนึ่งหุ่นที่หล่อจากเบ้าหลอมอันเดียวกันจนยากที่จะพิสูจน์ชัดได้ว่าใครเป็นใคร หากนึ่งในสามวิ่งเป็นผู้ประสูติในเวลามัฌกาล ระหว่างผู้เป็นเชษฐาและอนุชา มีรอยจากกำเนิดแตกต่างไปจากสององค์ ด้วยว่า ระหว่างกาลางของพระอุระพางค์ปรากฏเป็นตำหนิร่องลึกดุจเกิดขึ้นด้วยเล็บของสีหราชจารึกอยู่เด่นชัด ส่วนอีกสององค์บริสุทธิผุดผ่องปราศจากมลทินและยองใย

ความเปลี่ยนแปลงอาจจะมีขึ้นได้ในสังขารของข้าพระบาท แต่จะไม่บังเกิดแก่ดวงวิญญาณซึ่งรวมอยู่ยามาระตีเพียงคนเดียว ไม่ว่าภพนี้หรือภพไหน เราอาจจะเคยเป็นคู่รักที่สร้างกรรมไว้แก่กันในชาติก่อน และมาไดรับผลแห่งความชื่นชมในชาตินี้ แต่จะเป็นชาติไหนต่อไปก็ตามที ข้าพระบาทไม่ขอเปลี่ยนที่จะรักยามาระตีอรทัย แม้ว่า โดยความรักนั้นจะได้ลิ้มรสขมขื่นทรมานหนักสักปานใดก็ตามสิ่งเดียวที่ข้าปรารถณาในโลกนี้คือความรักจากท่าน แม้จะหักห้ามสักเพียงไร ข้าก็ไม่อาจฝืนความสัตย์จริงนี้ไปเสียได้ ความรักลอยตัวอยู่เหนืออุปสรรคขวากหนามอันใดๆ โดยสิ้นเชิง ไม่ว่าท่านจะเป็นมิลักขะ ส่วนข้าจะเป็นอารยัน ศัตรูคู่แค้น


นิยายเรื่อง ศิวา-ราตรี เป็นนิยายเกี่ยวกับเผ่ามิลักขะ จากชมพูทวีป ที่โดนยึดโดยเผ่าอารยัน ที่พนมเทียนรักมาก มากจนท่านเคยพูดว่า ถ้าจะให้ท่านเขียนนิยายแนวนี้อีก ท่านคงเขียนให้เหมือนอย่างเรื่องศิวาราตรีไม่ได้อีกแล้ว เรื่องศิวาราตรีก็ได้ทำให้ชื่อของพนมเทียนดังขจรขจายอีกครั้ง (ศิวาราตรี หมายถึง คืนของพระศิวะ หมายความว่า คืนดังกล่าวจะมีพิธีลอยบาป นี่คือคำอธิบายเรื่องศิวาราตรีของพนมเทียน)













โดย...แม่ห่าน









Sunday, December 27, 2009

กีฬาสี เด็กน้อย








ปีนี้ลูกสาว 2 คน เรียนหนังสือโรงเรียนเดียวกัน คนโตอนุบาล 3 คนเล็กอนุบาล 1 เขามีการแข่งขันกีฬาสีภายในของโรงเรียนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม่ห่านมีโอกาสแว้บไปดูลูกๆ เล่นกันช่วงบ่ายนิดหน่อย ซึ่งแม่ห่านไม่สบายพอดี ช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่เริ่มกลับมาระบาด ที่ทำงานเขาอยากให้กลับไปหาหมอซะ กลัวจะเป็น 2009 แล้วจะติดคนอื่นต่อ แม่ห่านเลยได้โอกาสแวะไปดูลูก เพราะแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เป็น 2009 แน่นอน


แวะไปก็ช่วงบ่ายๆ เป็นกีฬาของเด็กรุ่นเล็ก คืออนุบาล 1 - 3 เด็กๆ เล่นกันน่ารักมากๆ มีกีฬาไม่กี่ชนิด เช่นวิ่งเก็บของ แข่งชักเย่อ ฟุตซอลรุ่นเล็ก วิ่งเปี้ยว ซึ่งก็น่ารักดี เป็นการฝึกให้เด็กๆ รู้จักเล่นกีฬา ในขณะที่เด็กรุ่นใหญ่ก็เล่นกีฬามาตรฐานทั่วไป

เจ้าดานา ลูกสาวคนโตปีนี้จับได้สีฟ้า ส่วนดีนีย์ จับได้สีเหลือง ช่วงก่อนหน้านี้เจ้าดานากลับมาซ้อมเพลงเชียร์ทุกวัน เพราะยัยนี่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ส่วนเจ้าดีนีย์ก็อยากเต้นด้วย แต่คุณครูไม่เลือก เจ้าดีนีย์ยังไม่กล้าแสดงออกเท่าที่ควร ได้แต่เต้นตามพี่ไปเรื่อยๆ

ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านแม่ห่านก็แต่งหน้าให้เจ้าดานาเล็กน้อย พอไปเห็นตอนที่เต้นอยู่ในสนามกลับทาแป้งฝุ่นหน้าขาววอกเชียว ตลกน่าดู ท่าเต้นก็ตลกๆ พอสมควร แต่น่ารักมากสำหรับเด็กๆ

เจ้าดีนีย์ อยากเป็นเชียร์ลีดเดอร์ด้วย แต่ไม่ได้รับคัดเลือก ได้ลงแข่งขันวิ่งเก็บของ ได้เหรียญทองแดงมา 1 เหรียญ แค่นี้ก็เก่งแล้วหล่ะ

แม่ห่านเองไปนั่งดูเด็กๆ เล่นกีฬากัน ทางโรงเรียนเขาเชิญให้ไปมอบเหรียญให้เด็กๆ ด้วย กลายเป็นคนสำคัญไปเลย







โดย...แม่ห่าน



Wednesday, December 23, 2009

ชอคบอลกล้วยหอม















ชอคบอลเป็นเค้กที่เด็กๆ ชอบกันมาก เพราะมันเป็นชอคโกแลต และมันเป็นก้อนกลมๆ น่ารักๆ น่ารัก เด็กๆ เห็นแล้วมักจะหลงไหล ลูกสาวแม่ห่านก็เช่นกัน เมื่อก่อนแม่ห่านเคยซื้อให้กิน เมื่อแม่ห่านลองทำขนมเอง เด็กๆ ก็จะถามหาชอคบอลหลายครั้งแล้ว จนถึงกับถามว่าทำไม มาม๊ะทำชอคบอลไม่เป็น ไหนบอกว่าทำง่ายไง หนูชอบกินจะตายไม่เห็นทำให้เลย




และเมื่อไม่นานมานี้แม่ห่านทำขนมเค้กกล้วยหอมนึ่ง ตามสูตรที่คุณนินจาไร้เงาลงไว้ในเวปแม่เจเจ โดยภาพขนมของคุณนินจาฯ นั้นฟูและแตกสวยงามราวกับปุยฝ้าย แม่ห่านเห็นแล้วเกิดความอยากทานขึ้นมาทันที จึงลงมือทำทันที แต่ผลที่ออกมาเนื้อเค้กมันไม่ฟูเหมือนของคุณนินจาฯ มันนิ่มดี แต่เนื้อเค้กยุบลง ไม่ฟูฟ่อง ดูหน้าเค้กยุบลงไปแบบแฟ๊บๆ ไม่น่าดูเลย เห็นแล้วไม่ชวนให้น่ากินซักเท่าไหร่ แม้เนื้อเค้กด้านในจะนุ่มนวล และอร่อยก็ตาม









เมื่อมันเป็นเค้กกล้วยหอมที่ไม่น่าทาน แม่ห่านก็เลยจับมันบี้ให้เละ แล้วไปทำเป็นชอคบอลแทน โดยผสมเม็ดมะม่วง และชอคโกแลตตุ๋นลงไปในเนื้อเค้ก

ทุกอย่างที่ใช้ไม่ได้ชั่งตวงแน่นอน ทำแบบกะๆ เอา เนื้อเค้กประมาณ 300 กรัม เม็ดประม่วง 100 กรัม ช่วงโกแลตไม่ได้ตวง


ตัวดาร์กชอคผสมในเนื้อเค้กด้วย แล้วเหลือไว้ราดหน้าเล็กน้อย ส่วนไวท์ชอค ไว้ราดหน้าอย่างเดียว ไวท์ชอคที่ใช้เป็นไว้ท์ชอคที่เนื้อไม่ค่อยดี ผสมนมเยอะมาก เนื้อเค้กที่เคลือบชอคโกแลตเลยไม่เรียบ


วิธีทำแสนง่ายมากๆ ผสมเนื้อเค้กเม็ดมะม่วงและชอคโกแลตให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนๆ แช่เย็นไว้ ตุ๋นชอคโกแลตให้ละลาย เติมเนยสดไปเล็กน้อย จากนั้นก็ตักราดบนเนื้อเค้ก




นำไปแช่เย็น ทำครั้งแรกไม่ค่อยสวยนัก คราวต่อไปจะทำให้ดีกว่านี้



โดย...แม่ห่าน




















Tuesday, December 22, 2009

คุกกี้ต้มยำกุ้ง












วันนี้เสนอคุกกี้ต้มยำกุ้ง ซึ่งแม่ห่านลอกสูตรมาจากคุณน้ำทิพย์ จาก blog http://www.namthip.com/ ซึ่งคุณน้ำทิพย์ทำอาหารไว้น่าทานหลายสูตรมา แม่ห่านเลือกกุ้งกี้สูตรนี้เพราะปกติชอบคุกกี้ที่มีกลิ่นสมุนไพร หรือเครื่องเทศเป็นองค์ประกอบ เพราะมันหอมน่าทานมากๆ ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยากในบ้านเรา บางส่วนเก็บเอาจากรั้วข้างบ้านด้วยซ้ำ




ส่วนผสมที่ใช้มีดังนี้ โดยทั้งหมดเป็นสูตรดั้งเดิมของคุณน้ำทิพย์
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 260 กรัม
2. ผงฟู 6 กรัม (แม่เรไรใช้ไป 1 ช้อนชา)
3. เกลือ 5 กรัม (แม่ห่านใส่แค่ 1/2 ช้อนชา เพราะกุ้งมันก็เค็มอยู่แล้ว)
4. พริกไทยขาวป่น 5 กรัม (แม่ห่านใช้พริกไทยดำ ที่บ้านไม่มีพริกไทยขาวติดบ้าน)
5. เนยสด 170 กรัม ทิ้งไว้ทีอุณหภูมิห้อง
6. น้ำตาลทราย 125 กรัม (แม่ห่านใช้แค่ 100 กรัม ค่ะ หวานพอดี)
7. ไข่ 1 ฟอง
8. เม็ดมะม่วงหิมะพาน 50 กรัม
9. กุ้งแห้งสับ 20 กรัม
10. กระเทียม 1 หัว สับหยาบ (แม่ห่านใช้ครึ่งหัว กลัวกลิ่นจะแรงเกิน)
11. ใบมะกรูด 4-5 ใบ ซอยละเอียด
12. ตะไคร้ 1 ต้น ซอยละเอียด
13. พริกขี้หนู 2-3 เม็ด ซอยละเอียด


วิธีทำ
1. วอร์มเตาไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส พร้อมกับอบเม็ดมะม่วงให้พอเหลืองกรอบ ไว้แล้วพักให้เย็น
2. ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นิ่ม
3. ร่อนแป้ง ผงฟู พริกไทยป่น และเกลือ รวมกัน




4. ตีเนยให้ขึ้นฟู ทะยอยใส่น้ำตาลลงไปจนหมด ตอกไข่ใส่ลงไป ตีจนเข้ากันดี
5. ปิดเครื่องแล้วเติมแป้ง คนให้เข้ากัน
6. เติมส่วนผสมที่เป็นสมุนไพร คนจนเข้ากันดี
7. ตักใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบ หรือใช้เนยขาวทาถาดก็ได้

ต้นฉบับของคุณน้ำทิพย์ แช่ตู้เย็นไว้ก่อนประมาณ 30 นาที แม่ห่านวอร์มเตาไว้ตั้งแต่ตอนอบเม็ดมะม่วง ถาดแรกจึงเข้าเตาอบทันที ถาดต่อไปเข้าไปรอเตาอยู่ในตู้เย็นก่อน ประมาณ 10 นาที เมื่อถาดแรกได้ที่ สำถาดที่สองออกจากตู้เย็นเพื่อเข้าอบ


ออกมาหอมกลิ่นสมุนไพรมากๆ อร่อยดีค่ะ สำหรับคนที่ชอบคุกกี้รสแบบนี้










โดย....แม่ห่าน










Monday, December 21, 2009

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต





"มิวเซียมสยาม" สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ: National Discovery Museum Institute. แหล่งการเรียนรู้ใหม่ใจกลางเมืองหลวง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงอาคารกระทรวงพานิชย์เดิม ซึ่งอยู่ใกล้ๆ วัดพระแก้ว เป็นสถานที่ที่น่าพาเด็กๆ ไปเที่ยวและศึกษาหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง

แม่ห่านเองได้ยินข่าวคราวของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งแต่เริ่มเปิด แต่ไม่มีโอกาสได้พาเด็กๆ ไปเที่ยว จนกระทั่งได้โอกาสเมื่อวันหยุด 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ทางพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรีเนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ

การเดินทางไปที่นี่สำหรับคนอื่นคงไม่ลำบาก แต่แม่ห่านซึ่งปกติไม่ค่อยขับรถเข้าในเมืองนัก ก็ลำบากซักนิดหนึ่ง อาศัยเครื่อง GPS ติดรถช่วยนำทาง มันก็นำทางได้ดี แต่แม่ห่านเองสายตาไม่ค่อยดี ถึงเวลาเลี้ยวมักจะเลี้ยวไม่ค่อยทัน จึงหลงบ่อยมาก



เริ่มแรกที่เข้าไปจอดรถก็ได้รับรอยยิ้มน่าประทับใจของพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่เชิญให้เข้าไปจอดรถใต้ร่มเงามีหลัง บอกว่ารถจะได้ไม่ร้อน พร้อมกับสอบถามว่าจะเข้าชมนิทรรศการหรือไม่ และให้บัตรจอดรถไปประทับตราด้านใน เพื่อว่าตอนออกมารับรถ

จากนั้นก็แนะนำให้เดินเลียบตัวอาคารเพื่อไปเข้าทางด้านหน้า

ถึงหน้าอาคารมีน้องๆ หน้าตาน่ารักคอยต้อนรับและทักทาย พร้อมกับบัตรห้อยคอทุกๆ คน มีเข้ามาทักทายและหยอกล้อกับเด็กๆ แต่ลูกสาวแม่ห่านเป็นเด็กบ้านนอก ไม่ค่อยกล้าพูดกับใคร

ห้องแรกที่เข้าไปดูเป็นห้อง "เบิกโรง" มีจอภาพขนาดกว้าง และออกแบบได้แปลกตามาก มีการฉายภาพเบื้องต้นของแต่ละนิทรรศการไว้ มีม้านั่งยาวให้นั่งรวมกันเป็นกลุ่ม และปิดไฟมืดสนิท พอเด็กๆ เริ่มกลัวความมืด ก็เริ่มฉายภาพให้เห็น

ถัดจากห้องเบิกโรงเป็น ห้องแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตในอดีต มีร้านของส้มตำไก่ย่างที่เป็นรถเข็นและหาบเร่ มีรถตุ๊กตุ๊ก มีมวยไทย และอีกหลายอย่าง


ถัดไปก็ขึ้นบันไดไปชั้น 3 เพื่อตามหาความเป็นไทย ซึ่งสื่อความหมายด้วยการเรียงความ "คนกบแดง" ระหว่างชั้นบันไดก็มีโมบายตัวการ์ตูนคนกบแดงแขวนไว้ตรงช่องบันได

สัญลักษณ์ตัวคนกบแดงก็เป็นสัญลักษณ์ที่น่ารักพอสมควร เมื่อมาอยู่รวมกันมากๆ มันเหมือนตัวการ์ตูนตลกที่น่ารัก


ผ่านบันไดคนกบแดงขึ้นไปชั้น 3 เป็นการเปิดตำนานสุวรรณภูมิ มีการให้ความหมายและความเป็นมาของตำนานแห่งนี้

รูปแบบการจัดนิทรรศการก็น่าสนใจมาก มีภาพประกอบ และมีการวางแว่นขยายไว้หลายชุด เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่น และเรียนรู้อย่างสนุกสนาน

บางจุดมีจอภาพประกอบ เมื่อกดปุ่มมีพิธีกรมาพูดแนะนำและให้ความรู้ในเรื่องของตำนานสุวรรณภูมิ มีหูฟังให้ลองฟังและเปลี่ยนภาษาได้ด้วย


ห้องถัดมาเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการด้านที่อยู่อาศัยและการค้า มีทั้งประวัติความเป็นมาของการตั้งถิ่นฐาน การเข้ามาค้าขายของชนชาติต่างๆ รายละเอียดของสินค้าที่แต่ละชนชาตินำมาค้าขาย

มีตู้เกมส์ให้เด็กๆ ได้ทดลองเล่นเป็นพ่อค้า การแลกเปลี่ยนสินค้า การแสดงกำไรขาดทุนในการค้าแต่ละครั้ง




ติดๆ กันก็เป็นคำกล่าวทักทายของแต่ละชนชาติ หรือแต่ละเผ่าพันธุ์ โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถกดปุ่มเพื่อรับฟังคำทักทายตามจุดที่ต้องการได้


ถัดมาเป็นลักษณะการตั้งถิ่นฐาน การโยกย้าย และการสู้รบในสมัยอดีต มีให้เล่นตอบคำถาม เกมส์การจัดทัพ และการต่อสู้โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถจับปืนที่มีลักษณะเป็นปืนจริง แล้วเล็งไปยังจุดในจอภาพ เมื่อกดปุ่มยิงตามจุดที่เล็งไปในจอภาพก็จะโดนยิงไปด้วย

เป็นนิทรรศการที่แปลกใหม่จริงๆ




จุดถัดมาเป็นการลงมาที่ชั้นสอง เป็นการแสดงนิทรรศการชนด้านวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ที่มาติดต่อกับชนชาติไทยในสมัยก่อน

นิทรรศการจัดแสดงไว้ในตู้ ซึ่งมีป้ายแสดงแต่ละชาติไว้ เมื่อเปิดตู้จะเห็นด้านในมีเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย หรือหนังสือของชนชาติต่างๆ แสดงไว้






ห้องถัดไปเป็นนิทรรศการเรื่องการใช้ชีวิตของไทย เป็นลักษณะการทำเกษตรกรรม นาข้าว ที่มีการจำลองต้นข้าว การละเล่นบางอย่างไว้

มีหลายอย่างที่เด็กๆ ดูแล้วสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อเหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่เคยไป




ถัดมาเป็นนิทรรศการเรื่องการสื่อสารของไทย ที่เริ่มตั้งแต่สมัยที่ต้องใช้อุปกรณ์สื่อสารสมัยเก่า มีทั้งพิมพ์ดีดโบราณ ไปรษณีไทย และอื่นๆ อีกมากมาย




จากนั้นก็ไปดูนิทรรศการของทีวีไทย ซึ่งสมัยก่อนมีช่อง 4 บางขุนพรหม มีการทดลองให้เด็กๆ ไปยืนอ่านบนแท่นแล้วออกบนจอภาพขาวดำเหมือนทีวีสมัยก่อน




จากนั้นก็เป็นนิทรรศการจำลองชีวิตกลางคืน ที่มีบาร์ มีคาเฟ่ และตู้เพลง

เจ้าเด็กสองคนสนุกกับการกดตู้เพลงเป็นอันมาก เป็นตู้เพลงที่กดแล้วมีเพลงฟังจริงๆ และเป็นเพลงเก่าๆ สมัยที่แม่ห่านยังไม่เกิดด้วยซ้ำ แต่หลายเพลงเป็นจังหวะเต้นรำสนุกสนานมากๆ


ออกจากห้องข้างบนมาก็เป็นนิทรรศการสมัยใหม่ เป็นเรื่องของคอมพิวเตอร์ การแชตออนไลน์ระหว่างบุคคล เรื่องของทีวีต่างๆ

ก่อนจบนิทรรศการก็เป็นตู้แสดงความคิดเห็นสมัยใหม่ ที่ให้เขียนแสดงความคิดเห็นถึงนายกรัฐมนตรี และสามารถขึ้นบนจอได้

สรุปได้ว่า "มิวเซียมสยาม" ซึ่งอีกชื่อหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันว่า "พิพิธเพลิน" เข้าไปแล้วเพลินจริงๆ ไม่น่าเบื่อเหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่เคยไปดูไปเยี่ยมชมมา

มีโอกาสคราวหน้าจะกลับมาอีก หรือถ้าใครสนใจลองเข้าเวบไซต์ดูก็ได้ตามนี้ http://www.ndmi.or.th/











โดย...แม่ห่าน

































Sunday, December 20, 2009

คุกกี้ฝีมือหนู










ช่วงนี้แม่ห่านขมักขเม้นกับการทำคุกกี้แจกปีใหม่ ทำไว้หลายสูตรพอสมควร มีสูตรหนึ่งที่แม่ห่านตั้งใจทำส่งการบ้านโจทย์เดือนธันวาคมนี้ แต่ไม่สามารถส่งได้ เพราะผู้ช่วยที่บ้านมีจินตนาการล้ำเหลือ จนคุกกี้แฟนซีที่สวยงาม กลายเป็นคุกกี้หน้าตาอย่างนี้แหละ





จริงๆ คุกกี้สูตรนี้อร่อยพอสมควร ไว้แม่ห่านทำอีกครั้งแล้วค่อยลงสูตร ตอนนี้ขอเก็บไว้ในส่วนของฝีมือเด็กๆ ก่อนค่ะ

ถึงจะส่งการบ้านไม่ได้ แต่แม่ห่าน ก็ดีใจกับคุกกี้สูตรนี้เพราะมันช่วยให้เด็กๆ มีจินตนาการและมีความคิดสร้างสรรค์พอสมควร และเป็นการฝึกสมาธิของเด็กๆ อีกวิธีหนึ่งด้วย ดูหน้าตาของเขาซิ มีความมุ่งมันและมีความพยายามกันมาก












โดย...แม่ห่าน




Thursday, December 17, 2009

ซินามอนโรลคุกกี้














กำลังอินเทรนไปกับเทศกาลคุกกี้ ขนมที่เหมาะสำหรับทำแจกเป็นของขวัญของฝากในวันปีใหม่ หรือเทศกาลแห่งความสุข ในก้นครัวกำลังเร่งผลิตกันใหญ่ แม่ห่านเองก็ทำไว้หลายสูตร สำหรับสูตรนี้ถูกใจมากๆ เพราะหอมชินามอน กรอบอร่อย หวานกำลังดี

การทำก็ไม่ยุ่งยาก ติดนิดเดียวตอนม้วนโรล แม่ห่านไม่มีความสามารถจริงๆ ชาตินี้คงไม่สามารถทำขนมม้วนๆ ให้สวยงามได้ ขนาดเค้กโรลยังทำไม่ได้เลย แต่เอาเหอะถึงแม้หน้าตาจะไม่สวย แต่รสชาติอร่อยไม่แพ้ใครทีเดียว



คุกกี้สูตรนี้แม่ห่านคัดลอกมากจากนิตยสารแม่บ้านไม่แน่ใจว่าฉบับเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคม และทำครึ่งสูตรจากสูตรที่ลงไว้ดังนี้

ส่วนผสมที่ลดแล้ว
1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 220 กรัม
2. เนยสดเค็ม 85 กรัม
3. ไข่ 1/2 ฟอง (แม่ห่านใช้วิธีตีไข่ให้แตกแล้วตักแบ่งครึ่ง)
4. ผงฟู 2 ช้อนชา
5. ผงวานิลลา 2 ช้อนชา
6. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
7. น้ำตาลทรายป่น 170 กรัม
8. ผงซินามอน 2 ช้อนชา



ส่วนผสมตัวไส้
1. น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
2. ลูกเกดสับ 50 กรัม
3. เม็ดมะม่วงสับหยาบ 50 กรัม
4. ผงซินามอน 1 ช้อนชา


ส่วนผสมตัวใส่สามารถลดลงได้อีก จากที่ตวงตามสูตร ยังมีส่วนที่ยังเหลืออีก สามารถลดลงใช้ประมาณ 30-40 กรัม ก็เพียงพอ

วิธีทำ
1.ร่อนแป้ง ผงฟู ผงวานิลลา ผงชินามอน และเกลือเข้าด้วยกัน
2. เนยสด ทิ้งไว้ให้นิ่มเล็กน้อย ตีด้วยความเร็วสูงจนฟูขาว เติมน้ำตาลทะละน้อยลงไปจนหมด
3.ใส่ไข่ลงไปตีให้เข้ากัน4. เติมส่วนผสมแป้ง ตีจนเข้ากันดี






5. นำแป้งมารีดบนกระดาษไขให้หนาไม่เกิน 1 ซม.
6. โรยน้ำตาลทรายแดง ผงชินามอน ลูกเกดและเม็ดมะม่วงลงไป

ขั้นตอนที่ยากที่สุดในการทำก็คือการม้วนโรล แม่ห่านเป็นไม่มีความสามารถในการม้วนโรลให้สวยได้เลย ทำเค้กโรลก็ไม่ประสบความสำเร็จ นี่จะสะเอะมาทำคุกกี้โรล ม้วนไม่สวยสักกะนิดดียว







7. ม้วนให้เป็นโรล8 แช่ตู้เย็นไว้ประมาณ 3 ชม. หรือจนเนื้อคุกกี้แข็งตัว
9. ตัดให้เป็นท่อนหนาประมาณ 1 ซม.
10. อบไฟร้อน 160 องศาซี นาน 15 นาที หรือจนกว่าคุกกี้จะสุกเหลือง






แต่สิ่งที่พอจะทำให้ดีใจได้คือคุกกี้มันอร่อยมากๆ อบเสร็จก็ส่งกลิ่นหอมจนอดใจไม่ได้ ต้องซัดเข้าไปหลายชิ้นทีเดียว





กลิ่นยังติดจมูกอยู่เลยค่ะ












โดย...แม่ห่าน