Thursday, June 29, 2006

ดวงใจพ่อแม่

ลูกรัก

ดานา เหมือนหนูทดลองของพ่อและแม่

ช่วงแรกๆ แม่เลี้ยงดานา ตามตำรา และคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่
รวมทั้งคุณหมอด้วย
แต่นานๆ ไป แม่ก็เรียนรู้ว่า ไม่มีตำราเล่มไหน ที่จะเขียนได้ตรงกับความเป็นจริง
ทุกสิ่งทุกอย่าง แม่จะต้องเริ่มต้นเรียนรู้
แม่จะต้องเรียนรู้ว่า ลูกร้องน้ำเสียงอย่างนี้ หิว หรือฉี่ หรืออึ
ลูกแสดงกิริยาอย่างนี้ลูกต้องการอะไร อยากให้อุ้ม หรืออยากให้เล่นด้วย
หรือลูกอยากนอน

นานๆ ไป การที่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งมหัศจรรย์
ที่แม่รู้สึกว่า ไม่มีใครรู้จัก และเข้าใจลูกเท่ากับแม่คนนี้
แม่รู้ว่าดานา เป็นเด็กขี้เกียจมากๆ ขี้เกียจแม้กระทั่งจะเรอ

เวลาที่ดานากินนมเสร็จ แม่จะอุ้มพาดไหล่ให้เรอ
ลูกก็จะนอนหลับคาไหล่ของแม่ ไม่ว่าแม่จะลูบหลังอย่างไรลูกก็ไม่ยอมเรอ
พอใกล้จะหลับลูกถึงเรอออกมา แล้วไหลตัวเองลงมานอนบนอกแม่ ไม่ยอมนอนเบาะ
บางครั้งแม่ก็สงสาร นอนกอดลูกจนหลับไปทั้งแม่ทั้งลูก

เมื่อถึงดีนีย์

แม่เริ่มเข้าใจการเลี้ยงลูกมากขึ้น ก็ไม่ลำบางเท่าดานา

แต่แม่ก็เครียดมากกว่าตอนเลี้ยงดานา

เพราะแม่ต้องแบ่งเวลาไปดูแลดานาด้วย

บางครั้งแม่รู้สึกเหมือนไม่ได้ดูแลดีนีย์เต็มที่

แต่แม่ก็รักลูกเท่ากันนะจ๊ะ

ดีนีย์เลี้ยงยากกว่าดานา แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกยากกว่า

และเอาใจยากกว่าด้วย

Wednesday, June 28, 2006

นมแม่ซิแน่จริง2









แม่จะบอกว่า
ทุกครั้งที่ลูกดูดนมแม่ แม่มีความสุขที่สุด

อิ่มอุ่น


อุ่นใด ๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขน
อ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก
รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล
แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน
ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน
อิ่มใด ๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือน พร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็น เด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็น ความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุล ขอน้ำนมอุ่น
จากอกให้ลูกดื่มกิน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสอง เชื่อมโยงผูกพัน
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุล
ขอน้ำนมอุ่น จากอกให้ลูกดื่มกิน.
Posted by Picasa

นมแม่ซิแน่จริง

นักเศรษฐศาสตร์ ทุกแขนงต่างก็บอกว่า "โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี"
แม่จะบอกให้ลูกว่า โลกนี้มีของฟรี และดีด้วย
ก็นมแม่นี่แหละ

นมแม่ที่ลูกๆ ของแม่กิน เป็นของฟรี ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ แถมเป็นของดีที่สุดในโลกสำหรับลูกของแม่
ในขณะที่โฆษณาทั้งทีวี วิทยุ แข่งขันกันบรรยายสรรพคุณของนมยี่ห้อต่างๆ
โดยมีอ้างอิงรายงานวิจัย หลายต่อหลายชิ้น บ้างก็ระบุว่ามีสารอาหารเทียบเท่านมแม่
แม่ก็คิดว่า ในเมื่อนมวัวพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนนมแม่
แล้วทำไมคนเป็นแม่จะต้องไปหาซื้อนมวัวมาให้ลูกกินด้วยนะ
ทำไมถึงไม่กินนมแม่กันหล่ะ

จริงๆ แล้วคุณหมอก็พยายามบอกตลอดเวลาว่า ไม่มีอาหารอะไรที่เหมาะสำหรับลูกเท่ากับนมแม่
เพราะนมแม่สร้างมาสำหรับลูกของแม่โดยเฉพาะ
และแม่แต่ละคนก็สร้างสารอาหารและภูมิคุ้มกันให้ลูกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
นมแม่ของแต่ละคนจึงเหมาะสำหรับลูกของแต่ละคนเท่านั้น

สำหรับลูกของแม่ แม่ก็ให้กินนมแม่ตลอด

ดานากินนมแม่อย่างเดียว 5 เดือน
เข้าเดือนที่ 6 แม่เริ่มให้กินอาหารเสริม มีกล้วย ข้าวบด และอื่นๆ
แต่ดานาได้กินนมแม่แค่ 10 เดือน เพราะแม่ท้องดีนีย์ต่อ
ตอนที่ต้องให้ดานาเลิกนมแม่สงสารดานามาก
อยากให้ลูกกินนมใจจะขาด แต่แม่ต้องเก็บสารอาหารไว้ให้ดีนีย์บ้าง

ส่วนดีนีย์เองกลัวจะกินมากกว่าดานา
ครบ 5 เดือน เริ่มจะไม่กินนมแม่ เพราะน้ำนมเริ่มน้อยลง
แม่ก็เลยต้องให้อาหารเสริมกับลูกควบคู่ไปด้วย
แต่ก็พยายามที่จะให้ลูกดูดนมกลางคืนตลอด

จริงๆ แม่มีความสุขที่สุดก็ตอนที่ลูกดูดนม มองหน้าแม่ พร้อมกับยิ้มแล้วก็หลับไปอย่างมีความสุขนี่แหละ

แม่รักลูกจ๊ะ

ม่าม๊ะ

Tuesday, June 27, 2006

สายสะดือ

แม่ยังเก็บสายสะดือของลูกสาวแม่ทั้ง 2 คนไว้
ตั้งใจจะเก็บไว้ให้ดูตอนโตขึ้น

มีคนแก่ๆ เขาบอกแม่ว่า เก็บไว้เมื่อลูกทุกคนโตขึ้นให้นำสายสะดือของลูกทุกคนมาฝนรวมกัน
แล้วต้มน้ำให้กิน ลูกๆ จะรักกันดี

แต่แม่คิดว่า การที่ลูกจะรักกันรึเปล่า อยู่ที่การปลูกฝังของแม่ และพ่อของลูกต่างหาก
ถ้าแม่สามารถปลูกฝังให้ลูกรักกัน และรู้จักช่วยเหลือกัน
ลูกๆ ของแม่ก็คงจะรักกัน โดยที่ไม่ต้องกินสายสะดือต้มน้ำหรอกนะ

แม่จะบอกว่าตอนสายสะดือของดานา ก่อนจะหลุดก็ประมาณ อาทิตย์กว่า
หลุดออกมาสะดือก็ยังไม่หาย ต้องให้หมอจี้กำมะถันให้
ส่วนดีนีย์นั้น ไม่ถึงสัปดาห์ สายสะดือก็หลุดกระเด็นออกจากเบาะ
พ่อตื่นมาตอนเช้า เรียกให้แม่เก็บไว้
สะดือดีนีย์แห้งเร็วมาก ไม่ต้องดูแลมาก
แต่พอหายดี สะดือกลับดำปิ๊ด ปิ๋

ม่าม๊า จ๊ะ

Tuesday, June 20, 2006

โกนผมไฟ


ลูกรัก

ดูหน้าตาของดานา ตอนเพิ่งคลอดใหม่ๆ ซิ
หน้าบานยังกะจาน 8 นิ้วเชียว

คาง 3 ชั้น ผมหยิก ดำมาก
หลังจากแม่อยู่ไฟครบกำหนด พ่อของลูกก็ติดต่อทำอากิเกาะ

และโกนผมไฟไปพร้อมกันด้วย
ตอนนั้น แม่กับพ่อเพิ่งมาอยู่บ้านนี้ ยังไม่รู้จักใครมาก
พ่อรู้จักบังยูซุป ตอนที่ต่อเติมบ้าน

เขาแนะนำให้ไปซื้อแพะได้ที่ไหน พร้อมทั้งให้เขาทำให้เรียบร้อย
เพราะแม่ทำเองไม่เป็น
ในเรื่องพิธี ก็ได้ม๊ะแอ๊ด ช่วยเหลือ รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องครัวด้วย

ป๋าของม๊ะแอ๊ด ช่วยทำอุปกรณ์ในพิธีให้ทุกอย่าง แม่เองไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่
พร้อมทั้งเป็นคนเชิญโต๊ะอิหม่าม และคนร่วมพิธี มาจาก คลองสวด

วันนั้น ดานา นอนหลับนิ่งเชียว
แม่เปิดแอร์ให้นอนอยู่คนเดียวบนห้อง
พอถึงเวลาพ่อก็ไปอุ้มลงมา ดานาเปิดปากกับ น้ำผึ้ง น้ำซำซำ ข้าวบด อิลทผาลัม

ใช้แหวนเงินขูดลิ้น
ผม ใส่ในผะอบฟักทอง ที่ป๊ะของม๊ะแอ๊ด แกะสลักให้
เมื่อเสร็จพิธี แม่เป็นคนโกนหัวให้ลูกต่อ
ตอนแรกจะให้พ่อเป็นคนโกน แต่พ่อไม่กล้า
แม่ก็เลยต้องโกนเอง
ผมดานา ไปทิ้งที่คลองพระพิมล บ้านมะแอ๊ด


สำหรับดีนีย์ ง่ายหน่อย เพราะแม่กับพ่อมาอยู่ที่นี่นานแล้ว
รู้จักคนเยอะแยะ ติดต่อเรื่องหาแพะ เรื่องคนทำพิธีก็ง่าย
ก็คนใกล้ๆ บ้านนั่นแหละ
แพะก็ให้เขาทำมาให้เหมือนเดิม แถมคราวนี้อร่อยกว่าด้วย
คนมาค่อนข้างเยอะเชียว บ้านเล็กอยู่แล้วไม่มีที่นั่งไปอีก
ม๊ะแอ๊ดกับม๊ะซ๊ะมาช่วยตักข้าว
ดีนีย์เปิดปากกับ อิลทผาลัม น้ำผึ้ง ข้าวบด และไข่แดง
ใช้แหวนทองเปิดปาก
ดีนีย์ก็ไม่ร้องเช่นกัน จนพิธีเสร็จ
แม่ก็เป็นคนโกนผมให้ดีนีย์เช่นเดิม
แต่ผมดีนีย์ ไปลอยที่ครองข้างๆ บ้าน

Posted by Picasa

Monday, June 19, 2006

สุขภาพแม่และลูกรักหลังคลอด

ตอนดานาคลอด
เนื่องจากเป็นลูกคนแรก แม่เองก็กลัว
แม่จึงขอให้ป้าของลูกมาอยู่เป็นเพื่อน
คลอดเสร็จแม่ก็ได้อยู่ห้องพิเศษ แม่รู้สึกสบายเป็นส่วนตัว
แต่แม่ก็แข็งแรงตั้งแต่คลอดเสร็จ
เพราะคุณหมอเองก็บอกว่า แม่เป็นคุณแม่หลังคลอดที่แข็งแรงมากๆ
เนื่องจากแม่คลอดโดยไม่ทันตั้งตัว และยังไม่ได้ลางาน
แถมงานก็ยังมอบหมายให้คนอื่นยังไม่เรียบร้อย
แม่ยังต้องโทร. ไปสั่งเสียเรื่องงานให้น้องที่ทำงานแม่รับรู้
ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แม่อยู่ไฟ 3 วัน
มีคนมาทำให้ที่บ้าน แม่รู้สึกสบายตัวดี
และยังกินยาจีน ยาไทย ยามาเลย์ อีกด้วย เพื่อแม่จะได้มีน้ำนมดี
แม่กินทุกอย่างที่คนแก่ๆ แนะนำ เพื่อสิ่งดีๆ ที่จะมีให้ลูกของแม่

ตอนคลอดดีนีย์ แม่ไม่ได้นอนห้องพิเศษของโรงพยาบาล เพราะห้องพิเศษไม่ว่าง
เมื่อกลับมาอยู่บ้าน แม่ก็อยู่ไฟอีก คราวนี้อยู่ 5 วัน
แต่แม่ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเหมือนตอนที่คลอดดานา
เพราะแม่เริ่มมีภาระมากขึ้น ต้องดูแลดานาด้วย
ยิ่งดานา ยังน้อยใจอยู่ ที่มีคนมาแย่งความรักจากแม่ และพ่อ
แม่ยิ่งต้องมีเวลาให้ดานามากขึ้น แต่แม่ก็ต้องดูแลดีนีย์ด้วย

มีอยู่วันหนึ่ง แม่ต้มน้ำร้อนตอนเช้า เพื่อประคบตัว และแม่ทำฝากาต้มน้ำตกพื้น
ดานาเดินมาหยิบฝากาต้มน้ำซึ่งกำลังร้อน ดานาร้องให้จ้า และโดนลวกมือ
แม่สงสารลูกมาก วันนั้นลูกแม่งอแงมาก
เสียใจ เจ็บมือ และแม่ยังต้องดูแลน้องอีก

แต่แม่ก็รักลูกทั้ง 2 คนเท่ากันจ๊ะ

มาม๊า

Thursday, June 15, 2006

คลอด




ลูกรัก

แม่อยากเล่าประสบการณ์ตอนที่แม่คลอดลูกให้ลูกได้เก็บไว้อ่านกัน

ตอนคลอดดานา แม่ไม่ได้มีการปวดท้องซักนิดเดียว แม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนประมาณตี 4 กว่า ของวันที่ 7 กันยายน 2547
เห็นว่ามีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งคุณหมอได้สั่งไว้แล้วว่าถ้ามีอาการอย่างนี้ให้ไปหาหมอทันที
แม่ก็เลยอาบน้ำแต่งตัว ปลุกพ่อของลูกให้ลุกขึ้นละหมาด ออกจากบ้านก่อน 6 โมงเช้าเล็กน้อย
นั่งรถไปโรงพยาบาล ตอนนั้นแม่รู้สึกว่าลูกดิ้นมากผิดปกติ แม่เองรู้สึกเจ็บกับการดิ้นของลูก
ไปถึงโรงพยาบาล 6 โมงกว่า เข้าตรวจแผนกฉุกเฉิน ทางแผนกส่งไปห้องสูตินารี
พยาบาลตรวจสอบอาการปวดท้อง และตรวจช่องคลอด ปรากฏว่าช่องคลอดเปิด 4 ซม. ให้ส่งเข้าห้องคลอดทันที
เข้าไปเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องรอคลอด พยาบาลตรวจช่องคลอดอีกครั้ง แล้วบอกว่าเข้าห้องคลอดไปรอคุณหมอได้เลย
ตอนที่ไปนอนรอบนเตียงคลอดนั้น แม่รู้สึกตื่นเต้นและกลัวมาก มันเป็นความรู้สึกที่แย่ด้วย
อยากให้ยายของลูก ตาของลูก และพ่อของลูกมาอยู่ใกล้
พยาบาลให้น้ำเกลือ และคุณหมอเจาะถุงน้ำคร่ำ แม่รู้สึกปวดขึ้นเรื่อยๆ
แม่อยากจะร้องให้ อยากเจอพ่อของลูก แม่หันมองนาฬิกาตลอดเวลา
กลัวมาก กลัวว่าแม่จะคลอดยาก เหมือนกับที่ป้าๆ ของลูกทั้ง 3 คน เป็นกัน
แม่นอนมองนาฬิกาตลอดเวลา ขอพรจากพระเจ้า ขอให้ลูกออกมาเร็ว ๆ อย่าให้แม่ทรมานมากกว่านี้เลย
ความรู้สึกเจ็บตอนนั้น ทำให้แม่รู้สึกเสียใจที่แม่ไม่เลือกที่จะผ่าลูกออกมา
แม่นอนเจ็บเป็นระยะๆ และรู้สึกทรมานตลอดที่ลูกดิ้นเพื่อจะออกจากท้องแม่
พยาบาลก็เข้ามาดูแม่เป็นระยะ ๆ เช่นกัน
จนกระทั่งเวลา 10 โมง กว่า แม่รู้สึกเหมือนจะปวดอึ จึงเรียกพยาบาลเข้ามา พยาบาลก็โทร. ไปแจ้งคุณหมอว่าจะคลอดแล้ว ให้รีบมา
แม่ปวดจนทนไม่ไหว ทั้งหมอ ทั้งพยาบาลช่วยกันนับ ให้แม่เบ่งลูกออกมา แม่เบ่งไป 3 ครั้ง ก็รู้สึกว่าหมดแรง
คุณหมอต้องให้กำลังใจ แล้วนับหนึ่ง เพื่อให้สัญญาณ เบ่งครั้งที่ 4 คราวนี้ ลูกแม่ก็ออกมาร้องจ้า ทันที แม่หันไปมองนาฬิกา 10.28 น.
คุณหมอทำความสะอาดลูก แล้วบอกแม่ว่า ลูกของแม่เป็นผู้หญิง น้ำหนัก 3 กิโลกรัม
แม่ถามว่าลูกแข็งแรงดีมั๊ย
แม่ขอดูหน้าลูก แล้วคุณหมอก็เย็บแผล และบอกให้แม่พักผ่อน แม่รู้สึกหิวมาก และอยากเห็นหน้าลูกด้วย

สำหรับดีนีย์ แม่ก็ไม่มีอาการปวดท้องเช่นกัน
วันที่ 5 มกราคม 2549 คุณหมอนัดให้แม่ไปตรวจท้องตามปกติ
แม่ลางานครึ่งวัน ให้พ่อของลูกไปรับ และแม่ก็แวะไปรับซิมโทรศัพท์ที่ห้างฯ ทางผ่าน
ตอนที่เดินจากลานจอดรถเข้าไปในห้างฯ นั้น แม่รู้สึกหนักท้องมาก เดินไม่ค่อยไหว
แม่ไปรับซิมโทรศัพท์ เสร็จแล้ว ไปซื้อรองเท้าให้ดานา คู่หนึ่ง ก่อนจะออกไปโรงพยาบาล
ระหว่างที่นั่งรอคุณหมอเพื่อตรวจนั้น แม่รู้สึกปวดท้อง เหมือนจะปวดเตือน
คุณหมอก็สอบถามอาการ พร้อมกับขอตรวจช่องคลอด
ปรากฏว่าช่องคลอดเปิดแล้ว 2 ซม. คุณหมอบอกว่าสามารถที่จะคลอดในคืนนั้นได้ทันที
แต่ถ้าไม่พร้อมก็มาพรุ่งนี้ ซึ่งถ้าหากมีอาการปวดในกลางคืนให้รีบมาทันที
คืนนั้นแม่กลับบ้าน ไปนอนกับดานา นอนกอดดานาทั้งคืน เพราะแม่จะไม่ได้นอนกับดานาอีก 2 คืน
และคืนนั้นแม่รู้สึกปวดท้องทั้งคืน
ตอนเช้าแม่ลุกมาแต่งตัวเพื่อไปโรงพยาบาล ดานา ก็งอแงมาก ร้องให้แม่อุ้มตลอดเวลา
เหมือนจะรู้ว่าแม่ไม่อยู่หลายวัน แม่สงสารดานามาก อยากอุ้มลูก อยากพาลูกไปด้วย
แม่ต้องบอกว่า แม่ไปโรงพยาบาลเพื่อให้น้องออกมาก
ไปถึงโรงพยาบาลก็เข้าห้องฉุกเฉินก่อน เพื่อเตรียมตัว เตรียมเอกสารไว้
ห้องฉุกเฉินก็ส่งเข้าห้องคลอดทันที เพราะคุณหมอแจ้งไว้แล้ว
คุณพยาบาลให้น้ำเกลือไว้รอคุณหมอ
7 โมงกว่า คุณหมอเข้ามา เจาะน้ำคร่ำ และให้แม่นอนรอ
ซักพักแม่รู้สึกปวดทรมาน เหมือนกับตอนที่แม่ปวดท้องคลอดดานา
คราวนี้แม่มีประสบการณ์แล้ว แม่ไม่กลัวเหมือนตอนคลอดดานา
และรู้ว่าปวดอย่างไร ลูกใกล้จะออกมา
ดีนีย์ดิ้นตลอดเวลา และดิ้นแรงกว่าดานาอีก แม่รู้สึกเหมือนกับท้องแม่ระบมไปทุกตารางนิ้ว
แปดโมงกว่า แม่รู้สึกเหมือนจะปวดอึ ซึ่งแม่รู้แล้วว่าลูกแม่กำลังจะออกมาแล้วจึงเรียกพยาบาล
ตอนแรกพยาบาลทำท่าจะไม่เชื่อ แถมยังบอกว่าไม่น่าจะเร็วขนาดนั้น
แต่เมื่อเข้ามาดูแม่ รีบโทร. เรียกคุณหมอ แล้วบอกแม่ว่าอย่าเพิ่งเบ่ง เพราะยังไม่ได้จัดเตียง
แม่ต้องบอกให้รีบๆ เพราะเจ็บเต็มที่ และลูกก็เตรียมจะออกมาแล้ว
คุณหมอลงมา แล้วรีบฉีดยาชาให้แม่ พร้อมๆ กับที่แม่เบ่งให้ลูกออกทันที
คราวนี้ แม่เบ่งแค่ 3 ครั้ง ดีนีย์ก็ออกมาทันที เวลา 09.00 น.
แม่ขอดูหน้าลูก ได้ยินเสียงลูกร้องให้ แม่ก็หมดแรงทันที


ลูกรักของแม่
ของขวัญที่วิเศษสุด ที่พระเจ้าประทานมาให้แม่

แพ้ท้อง

วันนี้แม่จะมาเล่าให้ฟังว่า ตอนที่แม่ท้องลูก 2 คน
แม่แพ้ท้องไม่เหมือนกัน ตอนที่ยังไม่รู้ว่าท้องดานา
แม่กินอะไรเข้าไปก็จะอ้วกตลอด กินอะไรเข้าไปก็ออกมาหมด
ตื่นเช้ามาไม่อยากแปรงฟัน ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากให้ตัวเองหิว
บางวันหิวมาก จนต้องกินข้าวกับน้ำปลาพริก จะได้ไม่อ้วก
ช่วงแรกแม่อยากกินสะตอดอง กับข้าวยำปักษ์ใต้
พี่สาวแม่ อุตส่าส่งมาให้จากใต้ แม่กินได้เม็ดเดียวเอง
บางคืนดึกดื่นเที่ยงคืน อยากกินข้าวต้ม
พ่อของลูกลงไปซื้อให้ กลับมาแม่ได้กลิ่นก็กินไม่ลง
พยายามจะกิน เพื่อไม่ให้พ่อเสียใจ แต่ก็ได้คำเดียวแล้วก็อ้วกหมด
อยู่ที่ทำงานก็นั่งใกล้คนใส่น้ำหอมไม่ได้
แม่ทรมานมาก
มีอยู่วันหนึ่ง แม่นั่งรถตู้กลับบ้าน มีคนหัวล้านที่เพิ่งโกนผมใหม่ๆ ขึ้นรถ
แม่รู้สึกเหม็นมาก เหม็นจนต้องขอลงจากรถเพื่ออ้วก แล้วขึ้นรถคันอื่น
ตั้งแต่นั้นมา แม่ไม่กล้านั่งรถตู้อีก ต้องให้พ่อของลูกไปรับทุกวันกว่าแม่จะหายแพ้ก็ปาเข้าไปเดือนที่ 6

แต่ตอนท้องดีนีย์ แม่กลับไม่แพ้เลย
กินได้ทุกอย่าง
ทำงานได้ทุกอย่าง
เลี้ยงดานาได้ทุกวัน
แถมไม่ค่อยได้บำรุงร่างกายด้วย
แม่กลัวมากเลย กลัวดีนีย์จะไม่แข็งแรง
แต่ลูกแม่ก็แข็งแรง น่ารัก และร่างเริงดี
ถ้าแม่จะมีน้องอีกคนก็ขอให้แม่แข็งแรง ไม่แพ้ท้อง
และลูกก็แข็งแรง เหมือนดานา และดีนีย์ก็อีก

รักลูกจ๊ะ
ม่าม๊า

Wednesday, June 14, 2006

เมื่อแม่มีลูกอีกคน

ลูกรัก

เมื่อ ดานา อายุได้ 8 เดือน แม่ก็รู้ตัวว่าแม่จะมีน้องให้ดานาแล้ว
ความรู้สึกของแม่ตอนนั้น ทั้งดีใจ และกังวล
แม่ดีใจที่ดานาจะมีน้อง แม่อยากเลี้ยงลูกทีเดียว เหนื่อยทีเดียว
แต่แม่ก็กังวลว่าจะดูแลลูกได้ไม่ดี ทั้ง 2 คน
ถึงอย่างไร ลูกก็มาแล้ว และเป็นลูกของแม่ทั้งสองคน
แม่จะต้องดูแลลูกให้ดีที่สุด

ตอนที่รู้ตัวว่าท้องอีกคน แม่อยากได้ลูกชาย
เพราะแม่มีดานาเป็นลูกสาวแล้ว
แต่แม่ก็ฝากทุกอย่างไว้กับพระผู้เป็นเจ้า ที่จะประทานของขวัญมาให้แม่
จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เป็นลูกของแม่เหมือนกัน
และแม่ก็จะรักลูกให้เท่ากัน
ตอนที่แม่ท้องลูกคนที่ 2 แม่ไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่ท้อง ดานา
แม่แข็งแรงมาก ขับรถมาทำงานเองได้จนคลอด
แถมอยู่บ้านก็ขับมอเตอร์ไซต์ ไปโน่นไปนี่จนใกล้คลอดเหมือนกัน
แม่กินทุกอย่างได้ น้ำหนักก็ขึ้นพรวดๆ จนคุณหมอสั่งให้งดอาหารแป้ง และอาหารมันๆ หน่อย
คุณหมอกลัวจะคลอดยาก ที่สำคัญหลังคลอดเดี๋ยวแม่จะอ้วนไป
ตอนท้องโต ดานาชอบมาตบท้องแม่
บางทีก็หอมน้อง ชอบเปิดเสื้อแม่ดูน้อง
ตอนที่คุณหมอ อัลตราซาวด์ ดูไม่เห็นเพศ
แต่ความรู้สึกของแม่บอกว่าลูกของแม่เป็นผู้หญิง
แม่ตั้งใจว่าถ้าเป็นผู้ชายจะให้ชื่อ ดานิช อีก
แต่ถ้าเป็นผู้หญิงจะให้ชื่อ ดีนีย์ หมายถึง ศาสนาของฉัน

และแล้ววันที่แม่คลอดลูกสาวอีกคนของแม่นั้น
เป็นการคลอดก่อนกำหนด ตั้งเกือบ 2 สัปดาห์
ที่จริงลูกเกือบจะออกมาตั้งแต่ตอน 8 เดือน
แต่คุณหมอให้ยาระงับไว้ เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และยากันแท้ง


คุณหมอบอกว่าลูกอยู่ในท้องดีกว่าออกแล้วต้องอยู่ตู้อบ
วันที่แม่คลอดดานา แม่ตื่นมาละหมาดซุบฮฺ และมีเลือดออกที่ช่องคลอด
พ่อก็เลยพาแม่ไปโรงพยาบาลเพื่อให้หมอตรวจ แต่หมอบอกให้คลอดได้แล้ว
วันที่แม่คลอดดีนีย์ แม่ไปตรวจท้องตามที่หมอนัด และหมอบอกว่าปากมดลูกเปิดแล้ว
ให้แม่เข้าโรงพยาบาลเพื่อคลอดได้เลย
แม่ต่อรองขอมาคลอดวันรุ่งขึ้น แม่อยากกลับไปนอนกอดดานาอีกคืนหนึ่ง
วันที่ 6 มกราคม 49 แม่เข้าโรงพยาบาลเพื่อคลอด ดีนีย์

วันที่คลอดดีนีย์ แม่สงสารลูกมาก ห้องพิเศษไม่ว่าง แถมกว่าแม่จะออกจะห้องหลังคลอดมาอยู่ห้องพักฟื้นได้ ตั้งวันหนึ่ง ตอนนั้นแม่เครียดมาก
อยู่คนเดียวในห้อง จะหันไปพูดกับใครก็ไม่ได้ นอนร้องให้
น้ำนมก็ไม่ออก แม่ขอนมมาให้ลูกกิน พยาบาลก็ไม่ให้ แม่ขอออกจากห้องหลังคลอด
ขอไปอยู่ห้องรวมก็ได้
และต้องอยู่ห้องรวมจนออกจากโรงพยาบาล เพื่อห้องพิเศษไม่ว่างเลย
ลูกสาวคนที่สองของแม่เลยเป็นเด็กที่ต้องอดทนมาตั้งแต่เกิด
แม่ให้พ่อไปติดต่อห้องพิเศษตลอด แต่ห้องไม่ว่าง
แถมแม่ยังไปมีเรื่องมีราวกับพยาบาลตลอดเวลา

ยังไงลูกของแม่ก็แข็งแรงดี

ตอนแม่อยู่โรงพยาบาลกับดีนีย์
แม่คิดถึงดานามาก
แม่นอนกอดดีนีย์ และคิดถึงดานา
เมื่อพาดีนีย์กลับบ้าน ดานายังปรับตัวไม่ได้
งอแงตลอดเวลา
แม่ดุลูกไปบ้าง เพราะอยากให้ลูกปรับตัว
ช่วงนั้น ลูกสาวแม่หน้าตาไม่สดใจ แม่เข้าใจลูก
แต่ต้องพยายามให้ลูกยอมรับให้ได้ว่าลูกมีน้องแล้ว

ตอนนี้ลูกแม่ปรับตัวได้แล้ว
แม่รักลูกจ๊ะ
ม่าม๊า
Posted by Picasa

Monday, June 05, 2006

แก้วตาดวงใจ


แม่เสียดายจังที่เพิ่งจะเริ่มเขียน

แม่น่าจะเขียนตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวคนแรกของแม่ออกมาดูโลก

จะได้ไม่ลืมเรื่องราวต่างๆ

ตอนนี้ลูกสาวคนแรกของแม่อายุเกือบ 2 ขวบ แล้ว

บางเรื่องบางราวแม่ก็ลืมไปบ้าง แต่แม่จะพยายามนึกถึงความรู้สึกของตอนนั้น

แล้วจะพยายามเขียนไว้ให้ได้มากที่สุด

ตอนที่แม่ท้อง แม่ตั้งชื่อลูกไว้ 2 ชื่อ ถ้าลูกเป็นผู้ชาย แม่จะให้ชื่อ ดานิช

ถ้าเป็นผู้หญิงแม่จะให้ชื่อ ดานา ชื่อทั้งสองนี่ ความหมายเหมือนกัน

เมื่อลูกของแม่เป็นผู้หญิง จึงชื่อว่า ด.ญ.ดานา

ตอนที่ลูกออกมาน้ำหนัก 3 กิโลกรัม นั้นแม่ดีใจมาก

คิดดูสิ ตอนแม่ท้องน้ำหนักแม่ขึ้นมาแค่ 7 กิโล แต่หนูดึงน้ำหนักไปตั้ง 3 กิโล

คุณหมอพยายามให้ลูกดูดนมภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากคลอด

น้ำนมแม่ไม่ออก ลูกดูดจนนมแม่เจ็บหมด ซึ่งหมอก็ให้ดูดตลอดเพื่อจะได้กระตุ้นน้ำนม

กลับมาถึงบ้าน นอนในเบาะลูกตัวเล็กนิดเดียว นอนคว่ำตัวแดงอยู่กับเบาะ

ตอนนั้นแม่เห็นท่านอนของลูกแล้วแม่นึกขำคนเดียว เพราะลูกมีท่านอนเหมือนไก่ย่างโดนเสียบไม้

และลูกก็ติดท่านอนอย่างนั้นจนถึงปัจจุบัน

แถมเวลาล้มตัวลงนอน ลูกยังนอนหงายไม่เป็นด้วย

ตอนเล็กๆ ใครๆ ก็ชมว่าลูกแม่ผิวสวย ผมสวย เป็นเด็กน่ารัก

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วลูกสาวแม่ ผมก็หยิก ปากเชิดเพราะติดดูดนิ้ว จมูกก็แบน อีกต่างหาก

เรื่องจมูกไม่มีดั้งนี่แม่พยายามช่วยลูกตั้งแต่เล็กๆ

ตอนที่ใครๆ บอกว่าถ้าดึงดั้งจมูกตอนอาบน้ำ จะช่วยให้จมูกโด่ง

แม่ก็ช่วยดึงให้ลูกทุกวัน จนลูกจะ 2 ขวบก็ไม่เห็นจะมีดั้งโผล่ขึ้นมาซักนิด

แต่ไม่เป็นไรหรอกนะลูก ขนาดลูกดารา อย่างลอร่า เป็นถึงลูกครึ่ง จมูกก็ไม่มีดั้งเหมือนกัน

ไม่เป็นไรนะลูก ไว้โตขึ้นกว่านี้ ลูกอาจจะมีดั้งเพิ่มขึ้นก็ได้ จริงมั๊ย

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ

วันหลังแม่จะเขียนเล่าให้อ่านอีกจ๊ะ

เมื่อเริ่มชีวิตครอบครัว

เมื่อแม่เริ่มใช้ชีวิตครอบครัว

แม่ก็เริ่มคิดถึงการเด็กๆ มาวิ่งเล่น

เริ่มคิดถึงเสียงเจี๊ยวจ๊าว ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต

แม่จึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้พระเจ้าประทานของขวัญที่ยิ่งใหญ่ชิ้นนี้มาให้

เวลา 2 ปีกว่า ๆ ที่แม่รอคอยลูก

จนทำให้แม่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิต

ย้ายจากต่างจังหวัด

เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง

เพื่อรอคอยพวกเขา

รอคอยของขวัญที่วิเศษสุดจากพระเจ้า

เริ่มก่อร่างสร้างตัว เพื่อรอยสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ

ที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตครอบครัวของเรา

และ....

สิ่งที่แม่รอคอยก็มาถึง

ต้นปี 47 แม่ก็รู้ว่า พระเจ้าได้มอบของขวัญให้กับแม่แล้ว

ของขวัญที่แม่รอคอยมานาน


แม่เฝ้ารอคอยด้วยความสุข บวกกับความทรมานจากการแพ้ท้อง

4 เดือนที่แม่กินอะไรไม่ได้ บางเวลาที่หิวมากๆ แม่กินข้าวกับน้ำปลา

แม่ได้กลิ่นอาหารแปลกๆ ไม่ได้ แม้แต่กลิ่นข้าวเดือดแม่ก็จะอ้วก

น้ำหนักลดลงไป 3 กิโลกว่า แม่กลัวมาก กลัวว่าลูกจะไม่สมบูรณ์

แต่คุณหมอบอกแม่ว่าไม่ต้องกังวลอะไร ให้ทำใจสบายๆ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

แม่เริ่มหายแพ้ตอนใกล้ๆจะครบ 7 เดือน

ทุกครั้งที่เด็กน้อยดิ้น แม่มีความสุขมาก ตอนนั้นแม่นั่งนับวันที่จะเห็นหน้าลูก

อยากให้ลูกออกมาเร็วๆ

เด็กน้อยที่คลอดมาในวันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2547 เวลา 10.28 นาที น้ำหนัก 3,000 กรัม

ณ โรงพยาบาลชลประทาน ปากเกร็ด นนทบุรี

ทำคลอดโดยคุณหมอ สุรสิทธิ์ ตั้งวัฒนา

แม่วันที่ลูกสาวคลอดออกมา แม่ไม่ได้ปวดท้อง น้ำคร่ำก็ไม่ออกเหมือนแม่ทั่วไป

แค่มีเลือดออกที่ช่องคลอด แม่ตกใจ ก็เลยจะไปให้หมอตรวจให้

ไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าคลอดได้แล้ว

ให้แม่เข้าห้องคลอดตอน แปดโมงกว่า

คุณหมอให้น้ำเกลือ เจาะน้ำคร่ำ แม่รู้สึกกลัวมาก

แม่สวดมนต์ตลอดเวลา ขอจากพระเจ้า ขอให้ลูกปลอดภัย

แม่ปวดท้อง ทรมานสุดขีด แม่คิดถึงแม่ และคิดไปต่างๆ นานา

ลูกในท้องก็ดิ้นตลอดเวลา ดิ้นเพราะอยากออกมาข้างนอก

แม่นึกถึงหนังฝรั่งสยองขวัญ ที่มีปีศาจเข้าไปอยู่ในตัวคน แล้วบิดตัวไปมา จะออกจากร่าง

เหมือนกับลูกแม่ที่กำลังดิ้นเพื่อจะออกมาดูโลก

เมื่อเห็นหน้าลูก ความเจ็บปวดทั้งหลายก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง

ลูกสาวคนแรกของแม่ มีชื่อว่า ดานา หมายถึง ผู้มีความรอบรู้ ความเฉลียวฉลาด หรือ นักปราชญ์

Home

เนื้อเพลงโดย : เอ้ เอกธนัช

ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟ ที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม
บ้านนี้จะมีความงามได้ ถ้ามีเธอ
*เพราะเธอคือที่พักพิง คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้ เรื่องร้ายใดใดไม่เกรง
แม้ข้างนอกจะต้องเจอ กับเรื่องราว ที่ใครข่มเหง แต่ฉันเอง....ไม่คิดกลัว
จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
เพราะรู้ว่าฉันมีเธอ คอยเป็นที่พักใจ
จะรอคอยฉันจริงๆ เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย
จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน
ไม่ว่าวันเวลา จะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร
ฉันยังคงมีแต่เธอ เป็นความหวังละความเข้าใจ

พร้อมจะเก็บทุกสิ่ง ทิ้งความสุขทุกอย่าง
และจะทำทุกทาง...เพื่อบ้าน...หลังนี้
ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟ ที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ก็ล้วนแต่มีคำถาม
บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ
ก็เพราะว่าใจของเธอ...คือบ้าน...ของ.....ฉัน
http://www.icygang.com/jukebox/media_file/Bakery_Y2Gether-home.wma